fbpx

‘BTS’ ยื่นฟ้อง ‘รฟม.’ ล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มกลางอากาศ


กรุงเทพฯ 23 ก.พ. – BTS ดอดฟ้อง “รฟม.-คณะกรรมการมาตรา36” ต่อศาลอาญา กรณียกเลิกประกวดราคาสายสีส้มรอบแรก


นายภคพงศ์ ศิริกันทมาศ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มบริษัทบีทีเอส ได้ยื่นฟ้องคดีอาญา ผู้บริหาร รฟม.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ส่วนการก่อสร้างงานโยธาสายตะวันตก และการเดินรถไฟฟ้าตลอดเส้นทาง หลังมีการยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี

นายภคพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบข่าวว่าทางกลุ่มบีทีเอสยื่นฟ้องต่อศาล คงต้องขอดูในรายละเอียดก่อน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการดำเนินการของ รฟม. และ คณะกรรมการมาตรา 36 ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับและกรอบของกฎหมายที่ รฟม. สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเอกสารแนบท้ายในสัญญาได้มีการสงวนสิทธิ์ที่จะให้ รฟม. เปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกได้ในฐานะเจ้าพนักงานของภาครัฐ ดังนั้นคงต้องขอไปดูในรายละเอียดอีกครั้งว่าเป็นไปอย่างไร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ผู้รับสัมปทานและเดินรถไฟฟ้า BTS ได้เดินทางไป ยื่นฟ้อง ผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172

ทั้งนี้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 165 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือคำสั่ง ซึ่งได้สั่งเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (PPP) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในส่วนงานโยธาฝั่งตะวันตกและเดินรถตลอดเส้นทาง ซึ่ง รฟม. และผู้เกี่ยวข้องได้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือก หลังจากเอกชนได้ซื้อซองประมูลแล้ว โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง BTSC ได้ยื่นฟ้อง รฟม. และคณะกรรมการการคัดเลือกฯ ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 และศาลได้วินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ รฟม. ระงับการใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือกที่แก้ไขไว้จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น


แต่ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา รฟม. กลับทำการยกเลิกการประมูล ส่งผลให้ BTSC ผู้ยื่นซองข้อเสนอได้รับความเสียหาย จึงต้องนำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในครั้งนี้

ทั้งนี้ ศาลได้รับเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท 30/2564 และนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องวันที่ 15 มีนาคม 2564 . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุช

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุชในโครงการรถไฟฟ้าสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ(วงแหวนกาญจนาภิเษก)

กรมบังคับคดีแจง จนท.ติดโควิด เพื่อนร่วมงานติดอีก 2

กรมบังคับคดี เผยเจ้าหน้าที่ธุรการติดโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์ขึ้นรถประจำทาง สาย 33 (กรุงเทพฯ – ปทุม) ล่าสุดพบเพื่อนร่วมงานติดเพิ่ม 2 ราย

หมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีน

อธิบดี คร. เผยพบหมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีนโควิด ส่วนแพทย์หญิงรายแรก ที่รับวัคซีนและมีประวัติแพ้ยาเพนนิซิลิน และมีอาการท้องเสียมากถึง 4 ครั้ง ไม่เกี่ยวกับวัคซีนแต่เป็นอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เพราะรับประทานอาหารทะเล

เปิดวงจรปิดปาระเบิดถล่มร้านมือถือ คาดพลาดเป้า

เปิดวงจรปิดวัยรุ่นปาระเบิดถล่มร้านมือถือ จ.ตรัง คาดตั้งใจปาใส่ร้านเหล้าที่มีปัญหากัน แต่พลาดเป้า วิ่งหนีล้มหัวขมำ

ข่าวแนะนำ

ระทึก! ล้อมคอนโดฯ หนุ่มหลอกขายทะเบียนรถสวย

เชียงใหม่ 5 มี.ค. – ตำรวจปิดล้อมคอนโดฯ กลางเมืองเชียงใหม่ จับผู้ต้องหาหลอกขายป้ายทะเบียนเลขสวย แต่คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองในห้องพร้อมอีก 3 ชีวิต มีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด เจ้าหน้าที่เกรงจะคิดสั้น

ตำรวจสืบสวนภาค 5 และตำรวจสืบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าปิดล้อมคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนโชตนา ใกล้สำนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นานกว่า 24 ชั่วโมง เพื่อจับกุมนายสุเมธ ครองวงศ์ อายุ 25 ปี และแฟนสาววัย 18 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีพฤติกรรมหลอกลวงขายป้ายทะเบียนเลขสวย จนมีฐานะร่ำรวย มีรถยนต์หรูหลายคัน โดยหลบหนีมาพักที่ชั้น 3 ห้อง 310 คอนโดฯ ดังกล่าว ซึ่งพักด้วยกันทั้งหมด 4 คน มีผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พี่เลี้ยงลูก และลูกอีก 1 คน แต่ขณะแสดงตัวเข้าจับกุม คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองอยู่ในห้อง พร้อมทั้งแจ้งให้ญาติมารับตัวลูกออกไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดล้อมคอนโดฯ ไว้ และให้ผู้ที่พักอาศัยออกมาจนหมด

กระทั่งช่วงค่ำที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน แต่ช่วงบ่าย 2 ของวันนี้ มีเสียงปืนดังออกมาจากห้องพักของคนร้าย 4 นัด และ 1 นัด กระสุนทะลุกระจกออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพากันหลบ และยังคงตรึงกำลังไว้ โดยใช้ทั้งโดรน และเครื่องตรวจความร้อน ดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง จนถึงขณะนี้ยังคงปิดล้อมพื้นที่ไว้ โดยผู้ต้องหา แฟนสาว และพี่เลี้ยงลูก อยู่ในห้องชุดที่ชั้น 3 เกรงว่าจะคิดสั้น ซึ่งขณะนี้กำลังรอดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง. – สำนักข่าวไทย

เตรียมกำลังตำรวจ 400 นาย ดูแลม็อบชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้

ตำรวจจัดกำลัง 400 นาย ดูแลม็อบนัดชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้ (6 มี.ค.) พร้อมแนะนำเลี่ยงการใช้ถนนที่มีม็อบชุมนุม รวมถึงขั้นตอนการดูแลการชุมนุมสาธารณะ

นักวิชาการชี้เวนคืนที่ดินสร้างรถไฟฟ้าไม่กระทบวัดเอี่ยมวรนุช

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช สร้างสถานีรถไฟฟ้าบางขุนพรหม ต้องยึดตาม EIA ที่ระบุชัดเจนไม่มีการเวนคืน ด้าน รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจกับวัด