fbpx

คมนาคมลุยลงทุนระบบขนส่งหลากหลายรูปแบบลงสู่ภาคใต้

ราชบุรี-เพชรบุรี 23 ก.ย. – รมว.คมนาคมยืนยันเร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมสู่ภาคใต้ ทั้งทางถนน  ราง น้ำ อากาศ โดยเตรียมนำโครงการส่วนต่อขยายมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 เอกชัย-บ้านแพ้ว มูลค่า 32,187 ล้านบาท ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ต.ค.นี้


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย และทางด่วนสายพระราม 3 – ดาวคะนอง -วงแหวนตะวันตก รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดระหว่างการก่อสร้าง  โดยระบุว่าขณะนี้ความคืบหน้างานก่อสร้างถือว่าน่าพอใจ ขณะที่การแก้ปัญหาจราจรนั้น กรมทางหลวงและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้มีการประสานความร่วมมืออำนวยการจราจรจนขณะนี้พบว่าปัญหาการจราจรติดขัดเบาบางลง

ส่วนการพัฒนาเส้นทางถนนที่เป็นหัวใจสำคัญลงสู่ภาคใต้นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่าเดือนตุลาคมนี้กระทรวงคมนาคมเตรียมนำโครงการส่วนขยายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ซึ่งจะต่อเชื่อมจากโครงการถนนเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16 กม. งบประมาณรวม 32,187 ล้านบาท โดยจะใช้เงินจากกองทุนมอเตอร์เวย์ดำเนินการก่อสร้างปี 2564 และใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เปิดให้บริการปี 2567


นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาแนวใหม่จากแยกวังมะนาว-ทล.3510 ระยะทาง 36.8 กม. วงเงินลงทุน 3,040 กม. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและใช้งบประมาณปี 2564 ศึกษารายละเอียดโครงการ ยืนยันจะใช้งบประมาณปี 2565 เริ่มดำเนินการก่อสร้าง รวมทั้งยังมีโครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 109 กม. งบลงทุน 79,006 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งเป้าเปิดให้บริการปี 2569 แต่ประชาชนบางส่วนในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ยังไม่เห็นด้วยกับโครงการ ดังนั้น ก็จะเริ่มงานก่อสร้างไปก่อนในลักษณะหัวและท้ายของเส้นทาง โดยจะทำไปพร้อมกับการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่  โดยในส่วนแนวเส้นทางที่มีประชาชนไม่เห็นด้วย มีระยะทางประมาณ 5 กม. หากสุดท้ายประชาชนในพื้นที่ ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางก็สามารถดำเนินการได้ โดยมอเตอร์เวย์สายนี้คาดว่าจะสามารถเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติโครงการและเริ่มงานก่อสร้างปี 2564

 วันเดียวกันนี้ รมว.คมนาคม ได้ประธานเปิดงานนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี และส่งเสริมพัฒนาความรู้ด้านการคมนาคมขนส่งและความปลอดภัย ประจำปี 2563 ครั้งที่ 2 ภายใต้ชื่อ     “MOT 2020 Move On Together คมนาคมเคียงข้างชาวใต้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติ COVID-19” และกล่าวเปิดงาน “คมนาคมภูมิใจ รวมไทยสร้างชาติ” โดยระบุได้ยึดหลักบริหารงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี พร้อมกับการผสมผสานเพิ่มเติมนโยบายที่เน้นสนองตอบความต้องการของประชาชนภายใต้สถานการณ์สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางบกได้เร่งรัดพัฒนาให้เกิดการเชื่อมโยงความเจริญสู่ภาคใต้ เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ช่วงนครปฐม – ชะอำ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายหาดใหญ่ – ชายแดนไทย/มาเลเซียเชื่อมภาคกลางสู่ภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางดังกล่าวโดยเร็ว และในอนาคตยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงข่ายร่วมกันระหว่างทางรถไฟกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองภายใต้กรอบแผนแม่บท MR-MAP (Motorways + Rails) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมในรูปแบบใหม่ที่จะเพิ่มความเชื่อมโยงภายในประเทศและภูมิภาคอาเซียน มีความปลอดภัยสูงขึ้น และลดภาระในการลงทุนของภาครัฐระยะยาว

ส่วนระบบคมนาคมทางน้ำได้เร่งพัฒนาท่าเทียบเรือขนาดใหญ่และท่าเทียบเรือน้ำลึก รวมทั้งโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Land Bridge) เมื่อโครงการเสร็จจะสร้างความเจริญให้กับประเทศ  และทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางน้ำที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนกระทรวงฯ ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมการขนส่งระบบรางของไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและกระจายความเจริญสู่ภาคใต้ โดยการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ 5 ช่วง ได้แก่ ช่วงนครปฐม – หัวหิน  ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา และช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ รวมทั้งผลักดันเส้นทางรถไฟสายใหม่ 3 สาย ได้แก่ ช่วงชุมพร–ระนอง ช่วงสุราษฎร์ธานี – ท่านุ่น และช่วงสุราษฎร์ธานี – ดอนสัก


ด้านการคมนาคมทางอากาศ ได้เพิ่มขีดความสามารถการให้บริการของท่าอากาศยานรองรับการท่องเที่ยวภาคใต้ ได้แก่ การปรับปรุงท่าอากาศยานหัวหิน ภูเก็ต หาดใหญ่ กระบี่ ตรัง นครศรีธรรรมราช สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และท่าอากาศยานแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ คือ ท่าอากาศยานเบตง

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังคำนึงถึงความปลอดภัยการเดินทาง โดยคิดค้นกันชนยางพาราครอบแบริเออร์คอนกรีต (RFB) และเสาหลักนำทางจากยางพารา (RGP) ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทาง ตลอดจนยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรสวนยาง โดยรับซื้อน้ำยางพาราโดยตรงจากเกษตรกรไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทั้งนี้ กระทรวงมีแผนดำเนินการโครงการดังกล่าว ระหว่างปี 2563 – 2565 วงเงิน 85,623 ล้านบาท โดยตั้งเป้าผลิตแผ่นยางหุ้มแบริเออร์ 12,282 กม. 83,421 ล้านบาท และหลักนำทางยางพารา 1.063 ล้านต้น 2,202 ล้านบาท คาดว่าจำนวนเงินที่เกษตรกรจะได้รับ 3 ปี รวม 30,108 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณน้ำยางที่ใช้ 1 ล้านตัน เฉลี่ยปีละ 300,000 ตัน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

แม่ค้าโอนเงินผิดบัญชี 3 แสน ธนาคารอายัดให้ไม่ทัน ตามคืนได้ 1.6 แสน

แม่ค้าจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งชาวสมุทรสาคร โอนเงินผิดเกือบ 300,000 บาท เข้าบัญชีสาวบุรีรัมย์ ธนาคารอายัดให้ไม่ทัน ตามเองได้เงินคืน 160,000 บาท พบเจ้าของบัญชีปลายทางนำเงินไปซื้อทองและรถจักรยานยนต์

ตำรวจ สน.บางชัน ยึดยาบ้าลอตใหญ่ซุกซ่อนในรถเก๋ง

ตำรวจ สน.บางชัน ตรวจยึดยาบ้าลอตใหญ่ ซุกซ่อนในรถยนต์เก๋งสีขาวซึ่งอยู่หลังรถสไลด์เอกชน เตรียมขนไปส่งที่ จ.นราธิวาส

คนต่างจังหวัดฮือฮาวัฒนธรรมติดป้ายประกาศงานศพตามสี่แยก

คนต่างจังหวัดที่ผ่านไปมายังเมืองตรัง ต่างให้ความสนใจวัฒนธรรมติดป้ายประกาศงานศพ แปรเปลี่ยนจากการติดใบประกาศตามบ้านเรือนมาเป็นการติดป้ายประกาศตามแยกต่างๆ

ไม่เหมือนใคร ผ้าขาวม้าตกแต่งงานศพ จบงานให้เป็นของที่ระลึก

ทำตามคำสั่งเสียสุดท้าย ใช้ผ้าขาวม้าตกแต่งงานศพแทนดอกไม้และพวงหรีด เสร็จงานแจกเป็นของที่ระลึก

ข่าวแนะนำ

ครม.ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาท/ลิตรช่วง 2 เดือน

รมว.คลัง เผยที่ประชุม ครม. เห็นชอบปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ระยะเวลา 2 เดือน

“สนธิญา” เอาผิด “หมอปลา” ล่อซื้อ “หลวงปู่แสง”

“สนธิญา” แจ้งความกองปราบปราม เอาผิด “หมอปลา-พวก” นำทีมงานล่อซื้อและกล่าวหา “หลวงปู่แสง” วัดป่าดวงสว่างธรรม แตะเนื้อต้องตัวหญิงสาว 

เปิดเรียนวันแรกคึกคัก รร.เข้มมาตรการโควิด

เปิดเรียน on-site 100% วันแรก ทั่วประเทศ 35,000 แห่ง  ศธ.ย้ำมาตรการปลอดภัย พร้อมแผนเผชิญเหตุ เจอโควิดไม่ปิดทั้งชั้นหรือทั้งโรงเรียน

พบแล้วนักท่องเที่ยวเยอรมันหายตัวนาน 7 วัน

พบนักท่องเที่ยวหญิงชาวเยอรมันวัย 76 ปี แล้ว หลังหายออกจากที่พักร่วม 7 วัน ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต ห่างจากที่พักร่วม 15 กิโลเมตร