คุมเข้มแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หวั่นซ้ำรอยถ้ำนาคา

กรุงเทพฯ  11 ก.ย. – กรมอุทยานฯ กำชับทุกหน่วยงานดูแลแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะโดดเด่น ไม่ให้เกิดการทำลาย ละเมิดกฎการเข้าชม เช่น นักท่องเที่ยวที่ไปชมถ้ำนาคา จ.บึงกาฬ จนต้องสั่งปิดชั่วคราว พร้อมนำข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมาหาแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว 


นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และทุกสาขา ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ผู้อำนวยการสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืชสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ถูกรบกวนหรือถูกทำลายจากนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม เพื่อออกมาตรการป้องกันไม่ให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมีลักษณะโดดเด่นและมีคุณค่าสุ่มเสี่ยงต่อการถูกทำลาย

สำหรับกรณีเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา จ.บึงกาฬ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าไปเที่ยวชมถ้ำนาคา ต่อมามีข่าวว่านักท่องเที่ยวบางส่วนใช้มือสัมผัสผนังหิน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเกล็ดงู จนกลายเป็นข้อกังวลว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผนังหิน ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นแห่งนี้ได้ในอนาคต ประกอบกับมีการโพสต์ข้อความนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปดื่มภายในแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกานั้น เมื่อพบว่ามีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ขึ้นชมถ้ำนาคา ละเมิดกฎที่กำหนดว่า ห้ามแตะต้องกลุ่มหินต่าง ๆ ภายในถ้ำ ห้ามขีดเขียน ขูดลบ ขีดฆ่า ทา หรือพ่นสีและแป้งอันเป็นการกระทำผิดตาม มาตรา 19  แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จึงได้ประกาศปิดการท่องเที่ยว “ถ้ำนาคา” ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนเป็นต้นไป จนกว่าทางอุทยานแห่งชาติจะดำเนินการกำหนดมาตรการปกป้องไม่ให้มีการทำลายทรัพยากรชาติได้


นอกจาก​นี้ ยังกำชับให้หน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติประสานเจ้าหน้าที่สถาปนิก ซึ่งประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์หรือเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง เพื่อออกแบบและจัดสร้างอุปกรณ์ที่เหมาะสม สำหรับป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปขีดเขียนรูปภาพข้อความ การขูดขัดขีดหิน การปักธูป โรยแป้งส่องเลขเสี่ยงโชค การใช้มือสัมผัสบนผนังหิน การขีดเขียนผนังถ้ำ ก้อนหินขนาดใหญ่ ตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ให้เข้มงวดตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องห้ามไม่ให้นำเข้าไป หรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทในอุทยานแห่งชาติ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่หมั่นตรวจตราตามสถานที่แหล่งท่องเที่ยว ลานกางเต็นท์  ซึ่งเป็นจุดล่อแหลมต่อการนำเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์เข้าไปดื่มภายในเขตอุทยานแห่งชาติ

 พร้อมกันนี้สั่งให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่งสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ถูกรบกวน ถูกทำลายจากนักท่องเที่ยว ตลอดจนพฤติกรรมอื่น ๆ ที่เป็นการทำลายลักษณะเดียวกันรายงานผลโดยด่วน รวมทั้งให้หน่วยงานต้นสังกัดรวบรวมรข้อมูลต่าง ๆ และประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ครบ 7 วันเหตุแผ่นดินไหว อาคารถล่ม ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนทุกโซน เบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้

ยุน ซ็อก ยอล

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ถอดถอน ยุน ซ็อก ยอล จากตำแหน่ง ปธน.

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำวินิจฉัยในวันนี้ให้ถอดถอนนายยุน ซ็อก ยอล ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีตามที่รัฐสภาลงมติไปก่อนหน้านี้ ทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต