ประเมินเจรจาสหรัฐ-ไทยถูกจัดเก็บภาษีไม่ถึง 36% หลังดีลอินโดฯ เวียดนาม ภาษีลดลง

กรุงเทพฯ 16 ก.ค. – บล.กรุงศรี ยังประเมินการเจรจาภาษีสหรัฐ ไทยจะถูกจัดเก็บภาษีไม่ถึง 36% คาด 19-25% หลังดีลอินโดฯ เวียดนาม ภาษีลดลง ด้าน สนค.ติดตามข้อมูลส่งออกไปสหรัฐ โดยไทย-เวียดนาม-อินโดฯ เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการเจรจา


หลังจากอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียน ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่าเจราจาภาษีสำเร็จ จากที่ก่อนหน้านี้เจรจากับเวียดนามเรียบร้อยไปแล้ว โดยฝ่ายสหรัฐลดภาษีต่างตอบโต้ให้อินโดนีเซียเหลือ 19% จาก 32% ส่วนสหรัฐสามารถส่งออกเข้าตลาดอินโดนีเซียโดยปลอดภาษี ภายใต้ข้อตกลงนี้ อินโดนีเซียจะซื้อสินค้าสหรัฐ ประกอบด้วยพลังงาน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ, ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 4.5 พันล้านดอลลาร์ฯ และซื้อเครื่องบินโบอิ้งอีก 50 ลำ โดยมีจำนวนมากที่เป็นโบอิ้ง 777 อย่างไรก็ตาม หากมีสินค้าจากประเทศอื่น ๆ มาสวมสิทธิ์ภาษีของอินโดนีเซีย สหรัฐจะเก็บภาษีบวกเพิ่มตามอัตราที่กำหนดจากประเทศที่สวมสิทธิ์ บวกกับอัตราภาษีที่อินโดนีเซียจะต้องจ่าย

ในขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าวางแผนจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศขนาดเล็ก ซึ่งรวมถึงประเทศในแอฟริกาและแคริบเบียน ในอัตราที่สูงกว่า 10% เล็กน้อย อย่างน้อย 100 ประเทศ โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ส่งจดหมายถึงผู้นำหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงคู่ค้ารายใหญ่บางรายของสหรัฐฯ โดยประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราตั้งแต่ 20-50% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.


นายกรภัทร์ วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี วิเคราะห์ อินโดนีเซีย เป็น 1 ใน 5 ชาติ ที่ ทรัมป์ยื่นจดหมายชุดแรกและให้ความสำคัญ ร่วมญี่ปุ่น เกาหลี ไทย มาเลเซีย โดยปิดดีลได้ภาษี 19% ต่ำกว่าเวียดนามที่อัตราภาษี 20% อย่างไรก็ดี ในเชิงเปรียบเทียบข้อเสนอ โดยเฉพาะยกเว้นสินค้านำเข้าสหรัฐฯ ทั้งหมด ในขณะที่ไทยที่เสนอยกเว้นราว 69% ของสินค้าทั้งหมด ทำให้ยังต้องติดตามพัฒนาการการเจรจาระหว่างไทย-สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังคง base case ประเมินว่าสหรัฐจะจัดเก็บภาษีไทยราว 19-25% จากที่ประกาศไว้ที่ 36%

ส่วนภาพแนวทางการปิดดีลที่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าให้ไทยสูงขึ้น (เดิม 36%) ขณะที่กระแส EM Asia เด่นขึ้นไปอีกจาก Re- Allocation จาก Brazil ที่เจอภาษี 50% ขณะที่ MSCI Brazil เสีย Momentum นำหนักราว 4.5% (ใน EM) vs Thai 1-1.2% หนุนการหมุนเม็ดเงิน

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินหากไทยโดนภาษี 36% ตลอดทั้งปี อาจส่งผลต่อมูลค่าส่งออกเครื่องแปลงไฟฟ้าไทยไปสหรัฐฯ ให้มีทิศทางหดตัว โดยปี 2567 การส่งออกเครื่องแปลงไฟฟ้าทั่วไปและสำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคมของไทยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 84% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดในหมวดนี้ , ไทยอาจเสียเปรียบเม็กซิโก ญี่ปุ่น และเวียดนามในการส่งออกเครื่องแปลงไฟฟ้าทั่วไป และอาจเสียเปรียบเม็กซิโก มาเลเซีย และเวียดนามในการส่งออกเครื่องแปลงไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคม และในปี 2568 คาดว่าการนำเข้าเครื่องแปลงไฟฟ้าจากไทยของสหรัฐฯ จะหดตัวลงราว 7%


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังรายงานด้วยว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.50-32.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (10.07 น.) อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.41 บาทต่อดอลลาร์ฯ เงินบาทอ่อนค่าลง สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่กลับมาเพิ่มช่วงบวกได้ต่อ หลังจากที่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. ออกมาสูงกว่าที่คาด โดย CPI Inflation +2.7% YoY ในเดือน มิ.ย. ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า เฟดอาจต้องระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินจังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะถัดๆ ไป สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.40-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ และปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ กับหลายๆ ประเทศคู่ค้า

ด้านสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ เดือน มกราคม-พฤษภาคม 2568 ไทยส่งออกไปสหรัฐ 27,098 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 27.2% โดยสินค้าอันดับแรกๆ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ,ผลิตภัณฑ์ยาง,เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, อัญมณีและเครื่องประกับ, หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนไทยนำเข้าจากสหรัฐ มูลค้า 8,553 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.98% โดยสินค้า 5 อันดับแรกนำเข้า ได้แก่ น้ำมันดิบ, เครื่องจักรและส่วนประกอบ, เคมีภัณฑ์, เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ, แผงวงจรไฟฟ้า,พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช

ในขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากจีน 40,501 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29.98% โดย 5 อันดับแรกที่นำเข้าได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้า, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ,เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน,เคมีภัณฑ์,เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปจีน มูลค่า17,208 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้น 17.87% โดย 5 อันดับแรกได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ,ผลไม้,ผลิตภัณฑ์ยาง,ยางพารา,เม็ดพลาสติก ,ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ในขณะที่ เดือนมกราคม-เมษายน 68 หากไปดูสินค้าที่อินโดนีเซีย ส่งออกไปสหรัฐ รวม 20 รายการแรก มีมูลค่ารวม 9,379 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 16.7% ส่วนสินค้าที่เวียดนามส่งออกไปสหรัฐ รวม 42,663 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 24.1%. -511-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]