กรุงเทพ 4 เม.ย. – กลุ่มบริษัทบางจากยืนยันความพร้อม ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) โดยการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 96% พร้อมเดินเครื่องทดสอบผลิตไตรมาส 2 ปี 2568 กำลังการกลั่น 1 ล้านลิตร/วัน โต้ข่าวขาดทุน ไม่สร้างสรรค์
กลุ่มบริษัทบางจากยืนยันความพร้อมในการดำเนินงานโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ทั้งในด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยี และตลาดรองรับ โดยถือเป็นผู้บุกเบิกการผลิต Neat SAF 100% รายแรกของประเทศไทย ด้วยการใช้วัตถุดิบจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) และวัตถุดิบทางเลือก (ของเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการอื่นๆ) ภายใต้ระบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลจาก International Sustainability and Carbon Certification (ISCC)
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการลงทุนในโครงการ SAF ถือเป็นก้าวสำคัญของบางจากฯ จากผู้นำด้านพลังงานทดแทนสู่ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต ต่อยอดจากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการจัดเก็บ UCO เพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และมีความได้เปรียบเชิงต้นทุน ด้วยการใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของโรงกลั่นเดิม ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินงาน ณ เดือนเมษายน โครงการมีความก้าวหน้าด้านการก่อสร้างแล้วกว่า 96% และอยู่ระหว่างการเตรียมเดินเครื่องในไตรมาส 2 ของปี 2568 โดยมีแผนเริ่มต้นจากการทดสอบสมรรถนะของโรงงาน (Plant Performance Test Run) และจะทยอยเพิ่มระดับการผลิต (Ramp-up) ไปสู่การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามสัญญาการจำหน่ายและแนวโน้มความต้องการของตลาด ทั้งนี้ บางจากฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายSAF กับลูกค้าหลักแล้ว และรับจ้างการกลั่น (Tolling) อีกทั้งอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
แม้ในหลายประเทศยังไม่มีนโยบายบังคับผสมSAF ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แต่ความต้องการเชื้อเพลิง SAF ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก จากแรงขับเคลื่อนของเป้าหมาย Net Zero และการลดคาร์บอนในภาคการบิน ขณะเดียวกัน หลายภูมิภาค เช่นสหภาพยุโรป ได้เริ่มกำหนดเป้าหมายขั้นต่ำที่ 2% ภายในปี 2025 ซึ่งสะท้อนทิศทางที่ชัดเจนและสร้างแรงจูงใจในการลงทุน ทั้งนี้ แม้ในระยะสั้นตลาด SAF อาจยังมีปริมาณเหลืออยู่บ้าง แต่ในระยะยาวเริ่มจากปี 2030 กลับมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะขาดแคลน เมื่อข้อกำหนดบังคับเริ่มทยอยมีผลในหลายประเทศทั่วโลก โดยหน่วยผลิต SAF ของกลุ่มบริษัทบางจาก ดำเนินการโดยบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด จะมีพิธีเปิดในวันที่25เมษายน 2568 ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทบางจากในการต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงข่าว บางจากปลุกปั้นโครงการหมื่นล้าน เจอวิบากกรรมขายฝัน บอร์ดจี้ตรวจปมวัตถุดิบผลิตไม่เพียงพอ หรืออาจไม่มีอยู่จริง ส่อกระทบผลดำเนินงาน ว่า อ่านข่าวแล้วตกใจ ข่าวขาดทุนออกมาตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดโรงกลั่น ไม่เข้าใจว่าวัตุประสงค์ของคนให้ข่าวคืออะไร ตัวเนื้อข่าวมีการวิเคราะห์อย่างไรหรือเปล่า ไม่สร้างสรรค์ ไม่มีพื้นทำให้มีความคลาดเคลื่อน ขอความกรุณาอย่าเสี้ยมให้คุยกัน ไม่ต้องการชนกับใครขอความกรุณาแจ้งความจริงอย่าเป็นเครื่องมือเพราะโรงกลั่นจะเปิดในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าโดยมีกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน นอกจากนี้บางจากยังรับจ้างกลั่น SAF ด้วย ทั้งนี้จะมีการทดสอบการผลิตปลายไตรมาส 2 เริ่มผลิตไตรมาส 3 อย่างไรก็ตามอยากนำเรียนว่าบางจากเป็นรายแรกที่เริ่มหาน้ำมันทอดเหลือใช้มาตั้งแต่ปี 2540-2541 ในส่วนของโรงกลั่นคาดว่าจะคุ้มทุนใน 3-5 ปี หรือ 5-7 ปี ก็แล้วแต่ แต่จะคุ้มทุนแน่นอน ส่วนที่อยากจะให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนหรือไม่ ส่วนตัวก็อยากให้เข้ามาสนับสนุนเพราะอย่างสหรัฐ รัฐบาลสนับสนุนลิตรละ 3 บาท ญี่ปุ่นลิตรละ 7 บาท ส่วนจีนห้ามส่งออกน้ำมันใช้แล้วในช่วงที่ผ่านมา. -513-สำนักข่าวไทย