กรุงเทพฯ 3 เม.ย. – คลังหารือทุกฝ่ายถกรับมือภาษีนำเข้า ”ทรัมป์“ เตรียมเพิ่มยอดนำเข้าสินค้าจำเป็น ผ่อนปรนอุปสรรคกีดกันสหรัฐ คาด 2 สัปดาห์ นำทีมเยือนสหรัฐ
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลัง ธปท., บีโอไอ สภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ หลังจากไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐร้อยละ 36-37 หากไม่มีมาตรการใดหรือรัฐบาลนิ่งเฉย จะกระทบต่อจีดีพีของไทยร้อยละ 1 ในปีนี้ เมื่อการจัดเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐออกมาสูงเกินคาด รัฐบาลจึงเร่งหาแนวทางมาลดผลกระทบดังกล่าว หลังจากได้เตรียมการับมือมาระยะหนึ่งแล้ว จึงได้รายงานผลหารือครั้งให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบ
ปัจจุบันไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท แต่ไทยส่งออกสินค้าไปสหรัฐ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มียอดเกินดุลการค้า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันหาแนวทางนำเข้าสินค้าที่จำเป็น เพื่อลดยอดเกินดุลการค้าให้เหมาะสม ผ่านหลายมาตรการ เช่น การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐเพิ่มเติมบางส่วน แทนนำเข้าจากประเทศอื่น เนื่องจากไทยผลิตยังไม่เพียงพอ เพื่อผลิตอาหารแปรรูปและส่งออก การแก้ไข กฎระเบียบ หรืออุปสรรคการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การตั้งภาษีนำเข้ารถจักยานยนต์ ร้อยละ 40-60 แต่ความจริงไทยไม่ได้นำเข้า หากลดลงมาเหลือร้อยละ 10 ยังไงไทยก็ชนะ เพื่อเปิดทางให้ มอเตอร์ไซฮาเล่ย์ จากสหรัฐเข้ามาทำตลาดเมืองไทยเพิ่ม ขณะนี้สัดส่วนร้อยละ 90 ของอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี (Non-Tariff Barriers: NTB) ทราบว่าต้องใช้โอกาสนี้แก้ไข เพื่อขยายโอกาสในการส่งออกสินค้าไทยได้อีกด้านหนึ่ง เพราะไทยยังต้องการรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น แม้รัฐบาลยอมลดปริมาณเกินดุลการค้า เมื่ออีกทางหนึ่งเราผลักกันการส่งออกเพิ่ม ยิ่งทำให้การค้าระหว่างประเทศเพิ่มในอีกทางหนึ่ง เมื่อทุกหน่วยงาน ศึกษาหามาตรการได้ข้อสรุปชัดเจน จะเริ่มนำทีมไปหารือกับสหรัฐในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะนี้ไทยต้องการส่งสัญญาณออกไปให้หอการค้าไทย-สหรัฐ และส่วนต่าง ๆ ของสหรัฐรับรู้ถึงแนวทางของไทยในการเจรจาทางการค้า


นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมฯ มีความเป็นห่วงผลกระทบจากการปรับเพิ่มภาษีนำเข้าของ ”ทรัมป์“ หลังจากหลายประเทศเพื่อนบ้านถูกปรับเพิ่มภาษีสูงมากเช่นจีน จากเดิมโดนเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 20 รวมกับภาษีครั้งใหม่อีกร้อยละ 34 รวมเป็นร้อยละ 54 รวมไปถึง อินเดีย เวียดนาม เมื่อสินค้าจากประเทศเหล่านี้ ส่งออกไปสหรัฐไม่ได้ สินค้าราคาถูกจะหลั่งไหลมายังไทย จึงต้องรับมือปัญหาดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ สินค้าหลักของไทย ส่งไปยังสหรัฐ เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ยางรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อประเทศคู่ค้าเจอปัญหาการเก็บภาษีนำเข้าเหมือนกันทุกประเทศ ทำให้ต้องเดินหน้าเจรจากับสหรัฐทุกราย ส่วนไทยจะไม่เน้นการตอบโต้ ยืนยันใช้รูปแบบการเจรจาและหาทางออกร่วมกันด้วยเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์กับสองฝ่าย.-515- สำนักข่าวไทย