กระทรวงพาณิชย์ 1 เม.ย. – “พิชัย” เผย 13 บริษัทก่อสร้างเครือข่ายไชน่า เรลเวย์ มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินี เร่งตรวจสอบขยายผล รวบรวมข้อมูลส่งดีเอสไอ พรุ่งนี้ ลั่นโปร่งใส ไม่มีเกี้ยเซี้ย ด้านคณะทำงานปราบนอมินี ตั้งคณะทำงานใหม่ 5 ชุด ปูพรมปราบธุรกิจนอมินี-สินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ เริ่มที่ห้วยขวาง ประตูน้ำ อาร์ซีเอ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมคู่สัญญาก่อสร้างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่เกิดเหตุถล่มระหว่างก่อสร้าง ที่มีผู้ถือหุ้นคนไทย 51% และคนจีน 49% และพบพิรุธว่าจะเป็นธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (นอมินี) หรือไม่ ว่า คณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เร่งตรวจสอบ และขยายผลไปยังบริษัทอื่นๆ ที่เข้าข่ายว่าจะเป็นกลุ่มทุนเดียวกัน เนื่องจากพบมีรายชื่อบุคคลกลุ่มหนึ่งเป็นกรรมการในหลายบริษัทเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันรวม 13 บริษัท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ทั้ง 13 บริษัทจะเป็นนอมินีของทุนจีน เนื่องจากมีเครือข่ายที่กว้างมาก และพฤติกรรมชัดเจน คือ ผู้ถือหุ้นคนไทย บางคนถือหุ้น 10% แต่ฐานะกลับไม่ได้ร่ำรวย ยังอาศัยอยู่บ้านเช่า ทั้งๆ ที่ 10% ของบริษัทพันล้านก็คือต้องมี 100 ล้านบาท แต่ทำไมยังเช่าบ้านอยู่ โดยข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบทั้งหมดจะส่งให้กับดีเอสไอพรุ่งนี้
“วันศุกร์นี้จะมีการประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ และจะแถลงความชัดเจนทุกอย่างซึ่งเครือข่ายเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มาก ท่านนายกฯกำชับว่าเรื่องนี้ต้องกำเนินการให้ถึงที่สุดไม่มีการเกี้ยเซี้ยแน่นอน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินีสูง และหากผลสรุปออกมาเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเป็นนอมินีของทุนจีนก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมายที่มีทุกข้ออย่างเข้มงวด ทั้งคดีทางแพ่งและอาญาด้วย” รมว.พาณิชย์ กล่าว
ส่วนอาคารที่มีการก่อสร้างไปแล้วโดยทั้ง 13 บริษัท ก็ต้องเป็นหน้าที่ของทางโยธาฯ ที่จะต้องไปตรวจสอบ แต่ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มบริษัทที่เข้าข่ายเป็นนอมินีทุนจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย

ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมคณะทำงานปราบปรามสินค้า และธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะทำงานเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ทั้งในส่วนของสถานที่ตั้ง ผู้ถือหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกัน และตรวจสอบว่าทั้ง 13 บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกันนั้นรับงานที่ไหนไว้บ้าง โดยพรุ่งนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจำนำข้อมูลไปยื่นให้กับดีเอสไอ ส่วนข้อหาในเบื้องต้นประกอบด้วย การประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าวที่ใช้นอมินี พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ที่เรียกว่าฮั้วประมูล และสินค้าไม่มีคุณภาพ
นอกจากการตรวจสอบกรณีบริษัทไชน่า เรลเวย์ แล้ว คณะทำงานชุดนี้ยังได้ตรวจสอบธุรกิจนอมินีอื่นๆ ในไทย รวมถึงสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ โดยจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 5 ชุด โดยมีการตั้งประธานคณะทำงานเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็น 3 แรกปูพรมตรวจธุรกิจนอมินี และสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น ห้วยขวาง ประตูน้ำ ส่วนอีก 2 ชุด จะตรวจเรื่องท่องเที่ยวและที่ดิน หากพบทำผิดกฎหมายจะดำเนินการทันที ไม่มีละเว้น
“ภายในเดือนนี้ จะเร่งตรวจสอบโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ จะเดินตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นนอมินีหรือไม่ คนงานในร้านมีใบประกอบวิชาชีพหรือไม่ สินค้าในร้านมี อย. มี สมอ. มีฉลากภาษาไทยหรือไม่ โดยจะงัดทุกกฎหมายที่มีมาเอาผิด หากรู้ตัวว่าทำผิดอยู่ก็ให้เลิกซะ” นายนภินทร กล่าว. – 517-สำนักข่าวไทย