ปตท.คาดเริ่มกักเก็บคาร์บอน CCS ปี 2578 กระทุ้งรัฐปรับกฎหมายเอื้อลงทุน

กรุงเทพฯ 16 มี.ค. – ปตท. คาดเริ่มกักเก็บคาร์บอน (CCS) ปี 2578 ตั้งเป้ากักเก็บประมาณ 10 ล้านตันต่อปี จี้รัฐปรับกฎหมายเอื้อลงทุน


นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย

1. ธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ Climate-Reilience Business โดยปรับ portfolio ลดการใช้ฟอสซิล เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน และบริหารจัดการด้านต้นทุน

2. ธุรกิจที่ใส่ใจเรื่องคาร์บอน Carbon Conscious Business รวมถึงผนึกพันธมิตรธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีในการลดคาร์บอน เพิ่มประสิทธิภาพสินค้าให้เป็น Green Energy

3. การร่วมมือ การสร้างสรรค์ เพื่อทุกคน Coalition, Co-creation & collective Efforts for All การพัฒนาโครงการการดักจับและการจัดเก็บคาร์บอน (CCS) และการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเป็นส่วนผสมในกลุ่มอุตสาหกรรม ตามแผน PDP ฉบับใหม่ สัดส่วน 5% รวมถึงการปลูกป่า

    สำหรับโครงการ CCS ที่จะดำเนินการทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่การค้นหาเทคโนโลยีที่จะกักเก็บคาร์บอน ซึ่งกลุ่ม ปตท. ปล่อยคาร์บอนประมาณ 50 ล้านตันต่อปี เบื้องต้นตั้งเป้ากักเก็บประมาณ 10 ล้านตันต่อปี ส่วนในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นหลังปี 2035 หรือหลังปี 2578 และนอกจากการกักเก็บคาร์บอนของกลุ่ม ปตท.แล้ว ยังมีแผนบริหารจัดการคาร์บอนให้กับพาร์ทเนอร์ด้วย


    ส่วนโครงการไฮโดรเจนเพื่อภาคอุตสาหกรรม อาจจะต้องรอต่อไปอีกสักระยะ เนื่องจากไฮโดรเจนยังมีราคาสูงกว่าก๊าซธรรมชาติ 4-5 เท่าตัว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในอนาคตราคาไฮโดรเจนจะต่ำลง เมื่อราคาต่ำลงจนใกล้เคียงกับก๊าซธรรมชาติ จึงจะมีความคุ้มค่าในการลงทุน

    “ในระยะสั้นที่ไฮโดรเจนยังราคาสูง สิ่งที่ทำได้ การนำไฮโดรเจนเข้ามาผสมกับ Natural Gas 5% ตามแผน PDP ซึ่งมองว่าการส่งมาจากอินเดียจะคุ้มกว่า โดยจะนำเข้ามาในรูปของแอมโมเนีย โดย PTT trading การนำเข้ามาในรูปแบบแอมโมเนีย สามารถนำไปบริหารจัดการที่โรงไฟฟ้าถ่านหินได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นไฮโดรเจน ดังนั้น จะมี 2 รูปแบบ คือ การส่งแอมโมเนียไปที่โรงไฟฟ้าถ่านหินโดยตรง หรือนำเข้าแอมโมเนียมาเปลี่ยนเป็นไฮโดรเจนและส่งไปให้โรงไฟฟ้า ซึ่ง ปตท. อยู่ระหว่างศึกษาทั้ง 2 รูปแบบ ซึ่งการเนินการดังกล่าวจะหนุนให้ไทยเป็น International Gas” นายรัฐกร กล่าว

    ทั้ง CCS และ ไฮโดรเจน เป็นหนทางหนุนให้กลุ่ม ปตท. และประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ขณะเดียวกันก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ออกนโยบายต่างๆ เพื่อเปิดทางให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ติดข้อกฎหมาย เช่น การดำเนินการเรื่อง CCS ที่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีกฎหมายอนุญาตให้ทำการสำรวจพื้นที่ใต้ทะเล ดังนั้น จึงจะต้องออกกฎระเบียบให้ชัดเจน รวมถึงงบประมาณสนับสนุน เพื่อให้เอกชนได้เดินหน้าศึกษาและลงทุน และหลังจากนั้นเมื่อดูโมเดลเสร็จ จึงสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือทั้งกระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้างแล้ว นอกจากนี้ ปตท. ยังได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ SMR หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ควบคู่ไปด้วย.-517-สำนักข่าวไทย


    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด

    ดูทั้งหมด

    ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

    26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

    ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

    ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

    “แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

    กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

    ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

    ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ

    ภาคเหนือตอนล่างยังเสี่ยงน้ำท่วม-หลากจากฝนสะสม

    กรุงเทพฯ​ 31 ส.ค.​ – กรม​อุตุนิยม​วิทยา ​เตือน​จังหวัด​ภาคเหนือ​ตอน​ล่าง​ เฝ้า​ระวัง​น้ำท่วม​-น้ำหลาก​ แม้พายุ “​หนอง​ฟ้า” ​อ่อนกำลัง​ลง​ แต่ห่วง​ปริมาณ​ฝนสะสม​ ขณะที่​ ปภ. แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ในจังหวัดเสี่ยง นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า แม้พายุ “หนองฟ้า” อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ​ แต่​ยัง​ส่งผล​ให้​มีฝนตก​ต่อเนื่อง​อีก​ 1-​2​ วัน สำหรับ​ลักษณะ​ของ​ฝนระยะ​นี้​ไม่ใช่​ฝนหนัก​ แต่เป็นห่วง​ปริมาณ​น้ำฝน​สะสมในพื้นที่​ที่​ฝนตกก่อน​หน้า​จนดินอิ่ม​น้ำ​และ​ยังไม่ทันระบายน้ำ​ โดยเฉพาะ​พื้นที่​จังหวัด​พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพะเยา เสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประชุมเพื่อ​ประเมินสถานการณ์​ โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (31 ส.ค. 68) ได้ส่งแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก […]

    “ป๋านวย” รับเคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง ขอโทษ ตร.ทำถูกเด้ง

    31 ส.ค.- “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนในตำนาน สารภาพเคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง พร้อมขอโทษตำรวจทำถูกเด้งเดือดร้อนหลายนาย บอก “ถ้าไม่ตายในคุกแล้วได้ออกมา คงต้องมาไล่จับผมอีก” สืบเนื่องจากชุดสืบสวนสอบสวนนครบาล ร่วมกันจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามจับศาลแขวงดอนเมือง และศาลอาญา รวม 8 หมาย ขณะหลบหนีคดีบ่อนพนัน หลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครองนำกำลังบุกจับนักพนันได้ 176 คน พร้อมของกลางจำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้นำตัวนายอำนวย พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 30 สิงหาคมเข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน ก่อนติดตามจับกุมนายอำนวย ได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านพระราม 4 ซึ่งพนักงานสอบสวน จะนำตัวนายอำนวยพร้อมสำนวนไปยื่นต่อศาลแขวงเช้าวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) ล่าสุดมีรายงานการสอบสวนระบุว่า ในชั้นจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย ให้การว่า “เดิมตนเป็นคนขับแท็กซี่ จากนั้นได้หันมาทำบ่อนการพนันและทำมาทั้งชีวิตจนถึงปัจจุบัน ติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง บางครั้งน้ำหนักลดลงไปกว่า 30 […]

    เพื่อไทยเดินสายลุยจัดตั้งรัฐบาล จับตาถก “ปชน.” บ่ายสอง

    31 ส.ค.- แกนนำเพื่อไทยพร้อมตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมตบเท้าเข้าหารือพรรคประชาชน 14.00 น. ย้ำยินดีตอบรับทุกข้อเสนอ ความเคลื่อนไหวการเดินสายรวมเสียง สส. ตั้งรัฐบาล วันนี้เวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทย ได้ประสานนัดหมายกับพรรคประชาชน เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดยบรรยากาศล่าสุด บรรดาสื่อมวลชนปักหลักติดตามสถานการณ์กันตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าแกนนำพรรคประชาชนจะทยอยเดินทางเข้ามาในช่วงบ่าย โดยพรรคเพื่อไทย วันนี้ส่งนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค พร้อมมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมด้วย ก่อนหน้านี้ นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การหารือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จะสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดี จะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากมีข้อเสนอที่ชัดเจนในกรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทย ตอบรับเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น […]

    ม็อบทยอยร่วมชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่

    อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 31 ส.ค.- ม็อบรวมพลังแผ่นดิน ทยอยร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่เอานายกฯเพื่อไทย บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการจัดตั้งเวทีและเครื่องขยายเสียงเตรียมปราศรัย ขณะที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกับ “คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย” กันอย่างต่อเนื่อง หลังแกนนำ ซึ่งนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.วรงค์ เดชวิกรม นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ วันนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป เพื่อแสดงพลังและส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศอีกต่อไป ส่วนใครจะมาบริหารประเทศต่อนั้น ต้องเป็นบุคคลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติน้อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ นายจตุพร ได้ประกาศ 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใหม่เดินซ้ำรอยเดิม และสร้างความเสียหายให้ประเทศในระยะยาว -สำนักข่าวไทย