14 มี.ค.- “ตรีรัตน์” ขอให้ “พีระพันธุ์” รับผิดชอบ หากค่าไฟพุ่ง หลังชะลองานเหมืองแม่เมาะ
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส นักธุรกิจด้านพลังงานสะอาด และอดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่าค่าไฟฟ้า อาจขึ้นถึง 10 สตางค์ต่อหน่อย จากกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ออกคำสั่ง ตรวจสอบทำให้เกิดลงนามประมูลงานเหมา-ขุดดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะล่าช้า
จากกรณี บริษัท สหกลอิควิปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)ชนะ ประมูลงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. ) งานจ้างเหมาขุด ขนถ่านหินเหมืองแม่เมาะ สัญญาที่ 8/1 วงเงิน 7,250 ล้านบาท ซึ่งชนะประมูลเดือน พ.ย.67 และนายพีระพันธุ์ สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จนทำให้ การลงนามล่าช้า นายตรีรัตน์ ระบุค่าไฟขึ้นแน่ 10 สต.เพราะความล่าช้า ทำให้ กฟผ.มีภาระมากขึ้นถึงเดือนละ 1,900 ล้านบาท โดยวันนี้การใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยนั้น ประกอบไปด้วยโรงไฟฟ้าจากหลายประเภท ทั้ง ก๊าซธรรมชาติ, โซลาร์ ลม ขยะ ถ่านหินลิกไนต์ เป็นต้น ซึ่งสูตรการคิดค่าขายไฟให้ประชาชน ก็คือการเอาต้นทุนซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเหล่านี้มาเฉลี่ยต้นทุน บวกค่าสายส่ง และค่าบริการของการไฟฟ้าฯ เป็นต้น โดยอัตราค่าซื้อไฟก็แตกต่างกันออกไป เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซฯก็ประมาณหน่วยละ 3 บาทกลางๆต่อหน่วย(ขึ้นอยู่กับต้นทุนก๊าซฯ) โรงไฟฟ้าโซลาร์ ลม Adder ก็อยู่ประมาณ 8-13 บาท/หน่วย ส่วนถูกที่สุดก็คือโรงไฟฟ้าถ่านหินประมาณ 1.5 บาท/หน่วย ซึ่งปัจจุบัน โรงไฟฟ้าแม่ะเมาะ ถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่ต้นทุนการผลิตไฟต่ำที่สุด ซึ่งหากประเทศไทยทำสัญญาซื้อไฟกับโรงไฟฟ้าที่ต้นทุนถูกมากๆ แน่นอนว่าค่าไฟก็จะถูกลง อย่างเช่นโครงการประมูลโซลาร์ล๊อตใหม่ 3,600 เมกะวัตต์ ก็จะถูกกว่าโครงการโซลาร์แบบมี Adder ล๊อตเก่า เพราะราคาประมูลใหม่นั้น fix ราคาซื้อที่ 2.16 บาท/หน่วย ตลอดอายุสัญญา (ในขณะที่สัญญาเก่า+ค่าแอดเดอร์+FT กลับสูงถึง 8-13บาท/หน่วย) แต่วันนี้ประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤตจากการบริหารงานที่ผิดพลาดอีกครั้งของนายพีระพันธุ์ เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ที่ปัจจุบันมีกำลังผลิตถึง 2,400 เมกะวัตต์ และเป็นโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟได้ถูกที่สุดของประเทศไทย กำลังมีปัญหาด้านการผลิต ทั้งๆที่มีการประมูลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทราบต่อมาว่ามีกลุ่ม “นายทุน” ผู้เสียผลประโยชน์ แพ้ประมูล วิ่งอุทธรณ์ โดยนายพีระพันธุ์ก็รับลูกด้วยความรวดเร็ว จนน่าแปลกใจ จนเป็นที่มาของการ “เบรก” โครงการนี้ ทั้งที่ กฟผ.ได้เคยออกมาชี้แจงแล้วว่าการประมูลขุดเหมืองถ่านหินเป็นไปอย่างโปร่งใส

“ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ประชาชนต้องรับกรรมที่ตามมาจากการกระทำของคุณพีระพันธุ์ เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะต้องลดกำลังการผลิตจาก 2,400 เมกะวัตต์เหลือ 1,285 เมกะวัตต์ เนื่องจากถ่านหินในคลังมีไม่เพียงพอ โดย กฟผ.ต้องเปลี่ยนไปเดินโรงไฟฟ้าก๊าซฯแทน ซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า และยังต้องนำเข้าก๊าซ LNG มาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รัฐต้องแบกต้นทุนที่สูงขึ้นถึงเดือนละ 1,300-1,900 ล้านบาท และอาจมีการปรับค่าไฟขึ้นอีกประมาณ 7-10 สตางค์ ตั้งแต่เดือน เม.ย. 68 เป็นต้นไป คำถามคือนายพีระพันธุ์ พร้อมรับผิดชอบลาออกไหมครับ หากค่าไฟมีการปรับขึ้น” นายตรีรัตน์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด กฟผ.เตรียมเดินหน้าลงนามกับ สหกลฯ เร็วๆนี้ หลัง คณะทำงานตรวจสอบฯ รมว.พลังงาน ไม่ชี้เรื่องการทุจริตประมูล แต่ติงเรื่องการประมูล และให้ เดินหน้าตามอำนวจหน้าที่ ในขณะที่ สหกลฯส่งหนังสือทวงถามต่อผู้ว่าการ กฟผ. ให้เร่งลงนามในสัญญา ไม่เช่นนั้น จะขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดี -511 สำนักข่าวไทย