คปภ.ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีเครื่องบิน Jeju Air ไถลตกรันเวย์

กรุงเทพฯ 30 ธ.ค. – คปภ. ให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน กรณีเครื่องบิน Jeju Air ไฟล์ทบินจากกรุงเทพฯ ไถลตกรันเวย์ในสนามบินมูอัน เกาหลีใต้ พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเครื่องบิน Jeju Air ไถลตกรันเวย์ที่สาธารณรัฐเกาหลี พร้อมตรวจสอบสิทธิคุ้มครองด้านประกันภัย


ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีอุบัติเหตุเครื่องบินสายการบิน Jeju Air เที่ยวบินที่ 7C 2216 ซึ่งออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่สนามบินมูอัน เมืองชอลลานัมโด สาธารณรัฐเกาหลี ประสบเหตุไถลออกนอกรันเวย์และชนกำแพงในขณะลงจอด เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 09.07 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง เบื้องต้นมีผู้โดยสารและลูกเรือรวมทั้งสิ้น 181 คน โดยมีผู้เสียชีวิตจำนวน 179 ราย ซในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันเป็นผู้เสียชีวิตสัญชาติไทย 2 ราย
 
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยของประเทศ ได้ดำเนินการเร่งตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของผู้เสียชีวิตชาวไทยในเหตุการณ์ดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตคนไทยจำนวน 2 ราย คือ นางสาวจงลักษ์ ดวงมณี ได้ทำประกันชีวิตกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2581 ทุนประกันชีวิตจำนวน 200,000 บาท และได้ทำประกันอุบัติเหตุและสุขภาพกับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2568 ทุนประกัน 100,000 บาท สำหรับอีกรายคือ นางสาวสิริธร จะอื่อ ได้ทำประกันภัยกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักเรียนนิสิต และนักศึกษา (แบบพิเศษ) จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท กับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทของผู้เสียชีวิต เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว
 
สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์ครั้งนี้ และขอร่วมไว้อาลัยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยแก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุทุกกรณี ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์จากการประกันภัย หรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถติดต่อสายด่วน คปภ.1186 .-517-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม