บีไอจี-เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ นำไนโตรเจนคาร์บอนต่ำผลิต ITC

กรุงเทพฯ 11 ธ.ค.- บีไอจี จับมือ บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) พัฒนาการลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ นำก๊าซไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ITC)


นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เปิดเผยว่า ความร่วมมือนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยในการเร่งการเดินทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยการใช้ไนโตรเจนคาร์บอนต่ำจากบีไอจีจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขอบเขต 2 (Scope 2) ของเดลต้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ทั้งสองบริษัทเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero มากขึ้น

ในขณะที่เดลต้าประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสามปี ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ และอยู่ในรายชื่อ DJSI World ซึ่ง สะท้อนถึงบทบาทความเป็นผู้นำของเดลต้า ประเทศไทย ในด้านการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน และการร่วมมือกับบีไอจีในครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่น และเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันบีไอจี พร้อมขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ


“การใช้งานไนโตรเจนคาร์บอนต่ำเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและเพิ่มคุณภาพของกระบวนการผลิต โดยไนโตรเจนคาร์บอนต่ำจากบีไอจีได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับไนโตรเจนในกระบวนการผลิตทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 2 (Scope 2) นับว่าเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายแจ็คกี้ จาง ประธานฝ่ายบริหารและปฏิบัติการ (COO) ของบริษัทเดลต้า ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า การเป็นพันธมิตรกับบีไอจี จะช่วยเสริมภารกิจในการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2573 ทั้งนี้ เดลต้า ได้บูรณาการโซลูชัน Delta Smart Manufacturing (DSM) อย่างจริงจังเพื่อให้บรรลุมาตรฐานอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สืบเนื่องจากที่เดลต้ายังคงขยายและเพิ่มกำลังการผลิตของเราผ่านแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน รวมถึงมีการริเริ่มโครงการต่าง ๆ เช่น DSM และการใช้วัสดุจากแหล่งที่ยั่งยืน อีกด้วย -511 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่