คมนาคมไทยผนึกกำลังนานาชาติ พลิกโฉมอนาคตทางหลวงเอเชีย

4 ก.ย. – ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 5th International Conference on Highway Engineering (iCHE 2024) ภายใต้แนวคิด “Future-proofing Roads for Asia and Beyond” ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางหลวงสู่สากล ส่งเสริมความก้าวหน้าในการขนส่งที่ยั่งยืนทั่วโลก


นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 5th International Conference on Highway Engineering (iCHE 2024) ภายใต้แนวคิด “Future-proofing Roads for Asia and Beyond” ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ สมาคมทางหลวงแห่งประเทศไทย ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้สื่อมวลชน แขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหารหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถาบันการศึกษา ผู้นำด้านอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อขับร่วมเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมงานทาง ภายใต้แนวคิด “Future – proofing Roads for Asia and Beyond” เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางหลวงที่พร้อมสำหรับโลกแห่งอนาคต ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่กลุ่มพันธมิตรซึ่งเป็นองค์กรสำคัญระดับนานาชาติด้านทางหลวง ได้แก่ สมาคมทางหลวงโลก (World Road Association, PIARC) และสมาพันธ์ทางหลวงแห่งเอเชียและออสตราลาเซีย (REAAA) มาร่วมประชุมสัมมนาและพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อร่วมกันสร้างเวทีระดมสมอง ตลอดจนการเผยแพร่ผลงานและถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ มุ่งไปสู่การพลิกโฉมอนาคตการคมนาคมทางหลวงของเอเชียและภูมิภาคไร้พรมแดนในระดับสากล

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า วันนี้ ได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิศวกรรมทางหลวงฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่ากระทรวงคมนาคมของเรา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การริเริ่มนี้มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมการพัฒนาของประเทศ ความมุ่งมั่นของเราต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นได้ถึงเครือข่ายที่ครอบคลุมและเป็นระบบทั้งภายในประเทศของเราและระหว่างประเทศ โดยเป้าหมายของเราคือการปรับปรุงคุณภาพการเดินทางและการขนส่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสการจ้างงาน กระจายความเจริญสู่ทุกภูมิภาค และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาวิศวกรรมทางหลวงและส่งเสริมความก้าวหน้าในการขนส่งที่ยั่งยืนทั่วโลก และผมมั่นใจว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นข้อมูลและความรู้ที่มีคุณค่าให้กับทุกท่านในงานครั้งนี้


ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้ที่มีคุณค่าในด้านวิศวกรรมทางหลวงจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งรวมถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมที่ล้ำสมัย วิธีการออกแบบและก่อสร้างที่ทันสมัย ซึ่งปรับให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวัสดุ การพัฒนาการขนส่ง และการก่อสร้างถนนที่ยั่งยืน และเพื่อให้ผู้แทนได้นำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการบรรยาย การนำเสนอทางวิชาการ การเยี่ยมชมสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ และการอภิปรายเกี่ยวกับโครงการในปัจจุบันและโครงการในอนาคตไปปรับใช้ได้จริง นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งจะสนับสนุนความก้าวหน้าในด้านวิศวกรรมทางหลวงและสาขาที่เกี่ยวข้องในอนาคต

สำหรับการประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือกับหลายองค์กร รวมถึงสมาคมทางหลวงโลก สมาคมวิศวกรรมทางหลวงแห่งเอเชียและออสเตรเลีย สมาคมทางหลวงแห่งประเทศไทย ตลอดจนพันธมิตร ผู้สนับสนุน ธุรกิจ และผู้จัดจำหน่ายจากทั่วโลก ภายในงานนี้ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การประชุมทางเทคนิค และการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้การศึกษาดูงาน M-Flow ซึ่งกรมทางหลวงได้ร่วมกันเตรียมงานอย่างหนักเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางหลวงของประเทศไทยให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ยกระดับการคมนาคมทางหลวงของไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน. – 114 สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย