รฟม.ฉลองครบรอบ 32 ปี ตอบโจทย์คนเมือง

กรุงเทพ 21 ส.ค. – 32 ปี รฟม. “Go Green Grow Together” สานต่อภารกิจพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้ามหานคร ตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองอย่างยั่งยืน


การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ฉลองครบรอบ 32 ปี วันคล้ายวันก่อตั้ง รฟม. ตอกย้ำแนวคิด “Go Green Grow Together” ด้วยการสานต่อภารกิจพัฒนาและขยายโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมืองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะระบบราง – ล้อ – เรือ ยกระดับการเดินทางแบบไร้รอยต่อให้แก่คนเมือง ควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้วยความใส่ใจและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในทุกมิติ ผ่านกระบวนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “Green Construction” เพื่อสร้างระบบขนส่งมวลชนพลังงานสะอาด “Green Transportation” พร้อมทั้งรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “Green Office” แก่บุคลากรของ รฟม. ตลอดจนชุมชนในแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้า มุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสังคมสีเขียว “Green Society” ที่ยั่งยืนสำหรับคนทุกคน และยังร่วมกันทำกิจกรรมระบายสีกระถางสำหรับปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ เพื่อส่งต่อแนวคิด “Go Green Grow Together” สู่สาธารณะอีกด้วย ในโอกาสนี้ รฟม. ยังได้จัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์อันดีกับชุมชนรอบๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้า ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่น้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนที่อยู่ตามแนวสายโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญของหน่วยงาน

นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) รักษาการแทน ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน รฟม. มีโครงการรถไฟฟ้าในการกำกับที่อยู่ในช่วงของการเปิดให้บริการแล้ว จำนวน 4 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้ารางหนัก (Heavy Rail) ที่ให้บริการเดินรถในประเทศไทยมาแล้วมากกว่า 20 ปี ในขณะที่รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (MRT สายสีเหลือง) และสายสีชมพู (MRT สายสีชมพู) เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการเปิดให้บริการ ทั้งภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางราง รฟม. และภาคเอกชนผู้รับสัมปทาน จะบูรณาการความร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อสั่งสมความเชี่ยวชาญ เร่งสร้างมาตรฐานการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย 100% โดยเร็วที่สุด ไม่เพียงเท่านี้ รฟม. ยังได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาบริการที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ระบบชำระค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless ระบบบริหารจัดการที่จอดรถอัตโนมัติ (MRTA Smart Parking) ซึ่งจะทำงานควบคู่กับแอปพลิเคชัน MRTA Parking บนสมาร์ทโฟน การเพิ่มช่องจอดรถด้วยที่จอดรถอัตโนมัติ (Robot Parking) ในลานจอดแล้วจร สถานีห้วยขวาง สถานีสามย่าน และสถานีเพชรบุรี และภายในปีนี้ รฟม. เตรียมเปิดจุดให้บริการ EV Charger ที่ตอบสนองต่อเทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (รถยนต์ EV) ของคนเมือง รวมถึงบริการ Taxi EV เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าเพิ่มอีกด้วย ในขณะเดียวกัน รฟม. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลประสบการณ์ในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามหานครของผู้ใช้บริการ ด้วยทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและกู้ภัยทั้งของ รฟม. เอง และของผู้รับสัมปทาน/ผู้ประกอบการเดินรถ ซึ่งสามารถประสานการทำงานร่วมกันเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่คนทุกคนที่เข้ามาอยู่ในเขตระบบรถไฟฟ้ามหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจัดให้มีบริการ MRTA Lost and Found ช่วยติดตามทรัพย์สินที่สูญหายขณะใช้บริการรถไฟฟ้ามหานครกลับคืน และ รฟม. ยังมีแผนที่จะสื่อสารเชิงรุกในการรณรงค์สร้างจิตสำนึกสาธารณะในกลุ่มผู้ใช้บริการให้มากขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามหานครที่เป็นมิตรต่อคนทุกกลุ่ม ทุกประเภท จูงใจให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีและเลือกใช้รถไฟฟ้ามหานครที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเป็นทางเลือกหลักในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด อันเป็นสาเหตุสำคัญของการก่อมลพิษทางอากาศ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน


ในส่วนของภารกิจกำกับการดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า รฟม. ยังเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลทั้งในด้านความปลอดภัย และมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีศรีรัช – เมืองทองธานี มีความก้าวหน้างานโยธา 69.99% ความก้าวหน้างานระบบรถไฟฟ้า 49.95% ความก้าวหน้าโดยรวม 63.25% (ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2567) คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2568 โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) มีความก้าวหน้างานโยธา 38.22% (ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2567) คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2571 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และการสำรวจสาธารณูปโภคต่างๆ โดยคาดว่าจะก่อสร้างงานโยธาและติดตั้งระบบรถไฟฟ้าแล้วเสร็จ สามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2573 ทั้งนี้ สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่งานโยธาเสร็จสิ้นแล้วนั้น รฟม. ได้กำชับให้ผู้รับสัมปทานเร่งจัดหาขบวนรถไฟฟ้าและติดตั้งระบบรถไฟฟ้าโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ก่อนในปี 2571 ทั้งนี้ รฟม. ยังได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้ศึกษารายละเอียดความเหมาะสมของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม) เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการบูรณาการร่วมกับโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ประกอบการเสนอขออนุมัติโครงการฯ ต่อไป นอกจากนี้ รฟม. ยังมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองของจังหวัดภูมิภาคอีก 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา และพิษณุโลก ซึ่งปัจจุบัน รฟม. ได้เสนอผลการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการดำเนินโครงการ และรูปแบบการลงทุนต่างๆ ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

รฟม. ยังยืนยันในเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาองค์กรในทุกมิติอย่างรอบด้าน โดยมีการดำเนินงานกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR) อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบและสร้างความพึงพอใจให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม มีการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ มีระบบการบริหารจัดการที่ดี เป็นที่น่าเชื่อถือในสายตาของประชาชน ขณะเดียวกัน รฟม. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรให้เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ควบคู่กับการบ่มเพาะจิตสำนึกเพื่อสังคม ยึดมั่นในหลักการเข้าถึงและเท่าเทียมของคนทุกคน ทุกประเภท คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บุคลากร รฟม. สามารถสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการสานต่อภารกิจของ รฟม. ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นผลประโยชน์คืนสู่สาธารณะอย่างยั่งยืน รฟม. ตั้งเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่รัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศที่ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจ รวมถึงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตลอดจนสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศต่อไป.-513-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

นายกฯ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ ยันไทยไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ในระยะยาว

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง