นับหนึ่ง MOU ร่วมมือเศรษฐกิจและการค้าไทย-คาซัคสถาน

คาซัคสถาน 15 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและคาซัคสถาน เปิดทางร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดเอเซียกลางที่มีประชากรกว่า 80 ล้านคน เผยยังจะช่วยให้เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในกิจกรรมส่งเสริมการค้า ทั้งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การเจรจาจับคู่ธุรกิจ


นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและคาซัคสถาน (Agreement on Trade and Economic Cooperation between Thailand and Kazakhstan) ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทย กับ กระทรวงการค้าและบูรณาการของคาซัคสถาน โดยมีนายอาร์มัน ชักคาลีเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและบูรณาการ เป็นผู้ลงนามฝ่ายคาซัคสถาน ที่ EXPO International Exhibition Center ว่า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2562-2566) ไทยและคาซัคสถานมีมูลค่าการค้ารวมเฉลี่ย 3,500 ล้านบาท โดยในปี 2566 การค้ารวมมีมูลค่า 5,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 26.28 โดยไทยส่งออกรถยนต์และอุปกรณ์ เครื่องจักรกล เครื่องปรับอากาศ เครื่องสำอาง เครื่องปรุงรส เป็นต้น ไทยและคาซัคสถาน ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด และหวังว่าหลังจากมีการลงนามในความตกลง ทั้งสองประเทศจะสามารถพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนให้ดีมากยิ่งขึ้นต่อไป

“มีความมั่นใจว่า หลังจากการจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจไทย-คาซัคสถาน ซึ่งผมยินดีที่กระทรวงการค้าของทั้งสองฝ่ายได้หารือจนได้ข้อสรุปแล้ว และได้ลงนามกันในการเยือนครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของทั้งสองประเทศในการหารืออย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และช่วยเพิ่มพูนการค้า ขยายการลงทุน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันในอนาคตได้เพิ่มมากขึ้น”นายภูมิธรรมกล่าว


นอกจากนี้ ได้หารือกับ นายอาร์มัน ชักคาลีเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและบูรณาการ ถึงความร่วมมือที่เกิดขึ้น จะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชนในกิจกรรมส่งเสริมการค้าที่จัดโดยแต่ละฝ่าย เช่น งานแสดงสินค้า (trade fair) และการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก ซึ่งมีคาซัคสถานอยู่ในเขตอาณาความรับ ผิดชอบ เป็นผู้ดำเนินการ แต่เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์เห็นความสำคัญและศักยภาพในการขยายการค้ากับคาซัคสถาน และภูมิภาคเอเชียกลาง จึงมีแผนในการเปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ในสาธารณรัฐคาซัคสถานในอนาคตอันใกล้นี้ และจะเป็นผู้ขับเคลื่อนการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจสองฝ่ายต่อไป

นายภูมิธรรมกล่าวว่า การมาครั้งนี้มีภารกิจสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ การผลักดันให้เริ่มมีการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) เพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองภูมิภาค รวมถึงระหว่างไทยและคาซัคสถาน โดยคาซัคสถานเป็นสมาชิกที่สำคัญในกระบวนการตัดสินใจของ EAEU ที่มีประชากรรวมกว่า 180 ล้านคน จึงขอการสนับสนุนจากคาซัคสถานในเรื่องนี้ด้วย

ส่วนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายนั้น สองฝ่ายได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหรือวีซ่าฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้นักท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่ายเมื่อเดือนเมษายน 2567 จึงหวังว่าจะช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่ายมากขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายในอนาคต


ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้เสริมถึงโอกาสของไทยในตลาดคาซัคสถานว่า คาซัคสถานเป็นตลาดใหม่ที่สำคัญและให้ความสนใจกับประเทศไทยเป็นอย่างมากหลังจากฟรีวีซ่า เค้าเองมีวัตถุดิบสำคัญหลายตัวสามารถส่งมาแปรรูปหรือไทยจะมาตั้งโรงงานแปรรูปที่นี่ เพื่อส่งออกไปตลาดยูเรเซีย เอเชียกลางและยุโรปตะวันออก ดังนั้นการได้ร่วมทริปกับกระทรวงพาณิชย์ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสของเอกชนไทยในการแสวงหาตลาดใหม่. -514-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

เร่งเปิดการจราจร เหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2

31 ส.ค.- กรมทางหลวงเร่งเปิดการจราจร พร้อมสั่งหยุดงานก่อสร้าง 3 วัน หลังเกิดเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ย้ำดูแลทั้งหมดเต็มที่ กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างสะพาน ชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 บริเวณกิโลเมตรที่ 27 (ขาเข้ากรุงเทพฯ) จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.30 น. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานยกท่อนเหล็กของบริษัทผู้รับจ้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ตอน 4 สาเหตุเบื้องต้นมาจากการที่รถเครนเสียการทรงตัวระหว่างทำงาน ทำให้บูมและท่อนเหล็กหล่นลงมาในช่องทางคู่ขนาน และกระทบกับรถกระบะที่ขับผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างปลอดภัยแล้ว ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ทันทีเพื่อแก้ไขสถานการณ์ โดยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเคลื่อนย้ายรถเครนออกจากพื้นที่ และสามารถคืนผิวจราจรในช่องทางหลักฝั่งขาเข้าได้ภายในเวลา 09.30 น. ทำให้การจราจรกลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย กรมทางหลวงได้สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดดำเนินงานก่อสร้างเป็นเวลา 3 วัน เพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งหมดอย่างละเอียด […]

‘พท.-ปชน.’ นัดคุยบ่ายสองวันนี้ ตอบรับทุกข้อเสนอ

กรุงเทพ 31 ส.ค.- “เพื่อไทย” ส่ง “สรวงศ์-จิราพร” หารือ “พรรคประชาชน” 14.00 น.วันนี้ ยินดีตอบรับทุกข้อเสนอ ยุบสภาภายใน 4 เดือน พร้อมเพิ่มแนวทางปฏิบัติ ทำประชามติแก้ รธน. ใช้ รธน.40 เป็นร่างหลักกระชับเวลา-รวบยกเลิก MOU 43-44 หรือไม่ เร่งดำเนินคดีฮั้ว สว.-ที่ดินเขากระโดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยได้ประสานงานและกำหนดนัดหมายกับพรรคประชาชน เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ในวันนี้ 31 สิงหาคม 2568 ในเวลา 14.00 น. ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยและนางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนของพรรค ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยินดีตอบรับข้อเสนอจากพรรคประชาชนทุกประการ และมีข้อเสนอเพิ่มเติม เพื่อความชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติ และแก้ไขปัญหาของประเทศดังนี้

อุตุฯ เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนถล่ม-ลมแรง

กทม. 31 ส.ค.- กรมอุตุฯ เผยไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนถล่ม-ลมแรง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กับมีลมแรง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 […]

“ณัฐพงษ์” ยังไม่ตัดสินใจเลือก “เพื่อไทย” หรือ “ภูมิใจไทย”

กทม. 30 ส.ค.-“ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ยันยังไม่ตัดสินใจเลือก “เพื่อไทย” หรือ “ภูมิใจไทย” แก้วิกฤตหาตัวนายกฯ คนใหม่ ย้ำจะรับพิจารณาเฉพาะพรรคที่มาพูดคุยด้วยตัวเองเท่านั้น รอลุ้นผลวันจันทร์นี้ พร้อมประกาศไม่เอา “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 30 ส.ค.2568 ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการแสข่าวการดีลพรรคประชาชนให้ยกมือ สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยภูมิใจ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ให้แลกตำแหน่งรัฐมนตรี 8 เก้าอี้ ว่า ยืนยันว่าไม่มีดีล ยืนยันว่าวัตถุประสงค์ของพรรคประชาชนคือต้องการใช้ 143 เสียง เพื่อผ่าทางตันทางการเมืองให้กับประเทศโดยที่เราไม่ร่วมรัฐบาล เราปฏิเสธไม่รับการเจรจาใต้โต๊ะ หรือหลังบ้านใดๆทั้งสิ้น หากไม่ได้ส่งกรรมการพรรคของพรรคเข้ามาพูดคุยกับตนหรือผู้บริหารพรรค เพื่อแสดงเจตจำนงหรือรับข้อเสนอรับไม่รับว่าเป็นข้อเสนอ ตอนนี้พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจจากกรรมการบริหารพรรคและ สส. ซึ่งจะมีการจัดขึ้นในวันจันทร์ ที่ 1 ก.ย.ช่วงบ่าย TOR ที่เราเปิดออกไปเป็นข้อเสนอที่ทุกพรรคที่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ และจำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคประชาชน […]