fbpx

ไล่เช็คบิล“เดวิด”เตะหมอไทยลงทุนถูกตาม กม.ต่างด้าวแค่ไหน

นนทบุรี 5 มี.ค.-อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าย้ำดีเอสไอ ประสานทุกส่วนงานเตรียมแผนลงตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มธุรกิจคนต่างด้าวในไทยหลายกิจการเข้าข่ายทำธุรกิจแอบแฝงผิดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจคนต่างด้าวปี 42 มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว ภูเก็ต เชียงใหม่ ชี้แม้กระทั่งนายเดวิดที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงเตะหมอไทย ระบุหากพบผิดกฎหมายมีโทษทั้งจำคุกและโทษปรับ


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวถึงกรณีที่นายเดวิด อายุ 45 ปี นักธุรกิจชาวสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าของปางช้างใน ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เตะเข้ากลางหลังของ พญ.ธารดาว จันทร์ดำ หรือหมอปลายนั้น โดยเรื่องนี้กรมฯได้รับการประสานจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มาแล้ว เตรียมจะลงพื้นที่พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเร็วๆ นี้  ซึ่งเป็นผลจากการ MOU ร่วมกันของ 6 หน่วยงาน มีทั้ง กรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดีเอสไอ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วม “ศปต.” 

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตรวจสอบ กรณีนายเดวิด ดำเนินธุรกิจจดทะเบียนในชื่อ บริษัท อีเลเฟนท์ แซงชัวรี่ พาร์ค ภูเก็ต จำกัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560  มีกรรมการ บริษัท 3 คน โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจเลี้ยงช้างเพื่อเปิดให้เข้าชม และจำหน่ายอาหารช้าง มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 คน เป็นสัญชาติไทย 2 คน ถือหุ้นสัดส่วน 51% จำนวน 20,400 หุ้น โดยไม่ขัดต่อ พรบ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพราะต่างด้าวถือหุ้นไม่เกิน 49% ที่กฎหมายอนุญาต 


ทั้งนี้ จากการตรวจสอบจะอยู่ภายใต้กฎหมายที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำกับดูแล ทั้งในเรื่องของ การถือหุ้นของคนต่างด้าวว่าเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตไว้หรือไม่ ผู้ถือหุ้นทั้งคนไทยและต่างด้าวมีสัดส่วนอย่างไร และที่มาของเงินลงทุน ขณะที่ อีก 5 หน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน ก็จะตรวจสอบ ภายใต้กฎหมายที่กำกับดูแลเช่นกัน  โดยล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการร่วม “ศปต.”  มีแผนการกำกับดูแล ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาประกอบธุรกิจ โดยใช้คนไทยเป็น ตัวแทนอำพราง (NOMINEE) หรือ นอมินี อยู่แล้ว โดยปีนี้  มีเป้าหมายตรวจสอบนิติบุคคล ประมาณ 26,019 ราย และตรวจสอบแล้ว เห็นว่า ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก ประมาณ 419 ราย ส่วนใหญ่อยู่ใเป้าหมายนพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี และกรุงเทพฯ ในพื้นที่สำเพ็ง เยาวราช และคลองถม  ซึ่งในจำนวนนี้มีการเรียกเอกสารหลักฐานแล้ว 313 ราย อยู่ในจังหวัดภูเก็ต 59 ราย ถือเป็นแผนในปีนี้ ที่จะดำเนินการร่วมกันทั้ง 6 หน่วยงานอยู่แล้ว

สำหรับ บทลงโทษของ คนต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยง หรือ ฝ่าฝืน พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มาตรา 36 กำหนดไว้ มีโทษจำคุก เกิน 3 ปี  หรือ ปรับ ตั้งแต่ 100,000 บาท – 1,000,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีโทษ วันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่อีกด้วย.-514-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รวบผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพที่นนทบุรี นำตัวเข้าเซฟเฮาส์

รวบตัวชายไทย อายุประมาณ 35-40 ปี ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพ ภายในซอยจัดสรรสวิง 2 ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ตำรวจนำตัวเข้าเซฟเฮาส์ อยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

ผู้ว่าการ ธปท.เตือน ครม. หวั่นดิจิทัลวอลเล็ตก่อหนี้จำนวนมาก

ทำเนียบฯ 24 เม.ย.- ผู้ว่าการ ธปท. ทำหนังสือถึง ครม. เตือนเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท หวั่นก่อหนี้จำนวนมาก นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 22 เมษายน 2567 เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 เม.ย.2567 มองว่า โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เป็นโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ  ต้องใช้เงินจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดภาระหนี้ผูกพันต่อรัฐบาลในอนาคตดังนี้ 1.ความจำเป็น โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ควรดูแลครอบคลุมเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย  เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิผลคุ้มค่า และใช้งบประมาณลดลง  โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เช่น กลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 15 ล้านคน ซึ่งดำเนินการได้ทันที และใช้งบประมาณเพียง 150,000 ล้านบาท และควรทำแบบแบ่งเป็นระยะ (phasing) เพื่อลดผลกระทบต่อเสถียรภาพการคลัง  […]

“สารวัตรแจ๊ะ” ยื่นฟ้องหมิ่น “ทนายรัชพล” กล่าวหาจับแพะติดคุกฟรีปีกว่า

“สารวัตรแจ๊ะ” พร้อมทนายความ ยื่นฟ้องหมิ่นประมาททนายดัง และฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท ยันไม่ได้นําตัวไปเซฟเฮาส์ ด้านทนายเผยพบหลักฐานทนายคู่กรณีบีบผู้เสียหายกลับคําให้การ แบ่งเงินคนละครึ่ง

ข่าวแนะนำ

คดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพ “ยากูซ่า” จ.นนทบุรี

คดีสะเทือนขวัญ พบชิ้นส่วนมือ ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ล่าสุดตำรวจจับกุมหนึ่งในผู้ต้องหาได้แล้ว และทราบว่าทั้งผู้ตายและผู้ลงมือฆ่าหั่นศพ เป็นแก๊งยากูซ่าชาวญี่ปุ่น

ชาวบ้านร้องโรงงานเก็บสารเคมีเร่งเยียวยาเหตุไฟไหม้

ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีอุตสาหกรรม จ.ระยอง เรียกร้องโรงงานช่วยเหลือ บอกน้ำสักขวดก็ไม่ได้

แบงก์ชาติ​ส่งหนังสือให้ทบทวนดิจิทัลวอลเล็ต​​ ไม่ทำสะดุด

ปลัดคลัง ระบุแบงก์ชาติ​ส่งหนังสือถึง ครม.ทบทวนดิจิทัลวอลเล็ต​​ ไม่ทำให้สะดุด ชี้เป็นข้อเสนอเก่า​​ เดินหน้าตามแผนเดิม​ 

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา เริ่มมีสัญญาณที่ดี-การสู้รบเงียบสงบ

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น หลังการสู้รบเงียบสงบเกินกว่า 24 ชั่วโมง คาดมีการเจรจากันของกลุ่มต่อต้านและทางการเมียนมา หยุดยิงชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบ