สภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์จีดีพีปี 66 ขยายตัวร้อยละ 2.5

กรุงเทพฯ 20 พ.ย.- สภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์จีดีพีปี 66 ขยายตัวร้อยละ 2.5 แรงส่งหนุนปี 67 ขยายตัวร้อยละ 3.5  แนะปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ขยายตลาดส่งออก สำคัญกว่าการบริโภคในประเทศ ลุ้นกฤษฎีกา พิจารณากู้เงินดิจิทัลวอลเล็ต


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์จีดีพีในปี 66 ขยายตัวร้อยละ 2.5 จากเดิมร้อยละ 2.5-3 นับว่าขยายตัวต่อเนื่องจากร้อยละ 2.6 ในปี 65  คาดอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ร้อยละ 1.4 ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 1.0 อัตราการว่างงานต่ำสุดในรอบ 15 ไตรมาส ทุนสำรองระหว่างประเทศ 2.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หนี้สาธารณะ ณ ก.ย. 66 ร้อยละ 62.1 ของจีดีพี

สภาพัฒน์ ยอมรับว่า การประเมินจีดีพีในปี 67 ยังไม่คำนวณข้อมูลจากโครงการโอนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เพราะต้องรอดูความชัดเจนผลการพิจารณาของกฤษฎีกา จากแผนกู้เงินผ่าน พ.ร.บ. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท โดยมองว่า การกระตุ้นเศษฐกิจให้เติบโตยั่งยืนในช่วงนี้ ควรปรับโครงสร้างภาคการผลิตและอุตสาหกรรม การขยายตลาดส่งออก เนื่องจากไทยพึ่งพาจากทั้งสองปัจจัยเป็นหลัก เพราะมองว่าการกระตุ้นการบริโภค ด้วยการใช้เงินดิจิทัลกระตุ้นการใช้จ่าย อาจหมดแรงส่งได้ และการโอนเงินดิจิทัลวอลเล็ต ต้องมีเงินหนุนหลังในจำนวนเท่ากับจำนวนที่ใช้จ่ายออกไป จึงต้องลุ้นว่าจะมีความชัดเจนอย่างไร จึงไม่ได้รวมข้อมูลดังกล่าวในคาดการณ์จีดีพีปี 67


ด้านการท่องเที่ยว มองว่าในช่วงไตรมาส 4 ช่วงไฮซีซั่น คาดว่านักท่องเที่ยวยุโรป จะเข้ามาจำนวนมาก หลังจากมาเลเซีย เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักเดินทางเข้าไทย แต่จะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวอาศัยและใช้เงินท่องเที่ยวในประเทศให้มากขึ้น โดยคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในปีนี้ 3 ล้านคน จากเดิม 5 ล้านคน และเพิ่มเป็น 7 ล้านคนในปี 67 โดยมองว่านโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ตามที่นายกรัฐมนตรีเตรียมประกาศในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จะช่วยลดภาระหนี้ครัวเรือนยังสูงถึงร้อยละ 90.7 ของจีดีพี รวมถึงการช่วยเหลือด้านทุนหมุนเวียนให้กับเอสเอ็มอี

ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2567 คาดการณ์จีดีพีขยายตัวร้อยละ 3.2 การส่งออกขยายตัวร้อยละ 3.8 จากเดิมลดลงร้อยละ 2.6 ในปี 66 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 1.7-2.7 จึงเสนอให้รัฐบาลมุ่งขยายตลาดเพื่อการส่งออกไปยังประเทศมีศักยภาพ ในวันพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมฑูตพาณิชย์จากทั่วโลก มองว่าจะเป็นการร่วมหาตลาด เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงกรณีนายกรัฐมนตรีโรดโชว์ดึงการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ จะเป็นอีกปัจจัย ส่งเสริมให้การลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น สำนักงบประมาณจัดเตรียมแผนให้หัวหน้าส่วนราชการ จัดเตรียมขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง เมื่องบประมาณผ่านสภา จะได้ทำสัญญาได้ทันที เริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนเมษายนปี 67 จะได้เริ่มเบิกจ่ายงบลงทุน เพื่อเร่งรัดการใช้เงินด้านงบลงทุนให้ได้ตามเป้าหมายร้อยละ 90.4  

การเตรียมแผนรองรับปัญหาภัยแล้งจากเอลนิญโญ่ หลังจากหลายหน่วยงานคาดการณ์ ส่งผลกระทบหนักต่อเกษตรกร รัฐบาลยังต้องเตรียมแผนหารายได้เพิ่ม สร้างความมั่นคงทางการคลัง รองรับความเสี่ยงในอนาคต ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การลดสร้างภาระให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยการแนะให้ประชาชนปรับตัวรองรับปัญหาพลังงานปรับสูงขึ้น จีดีพีของไทย หากไม่ทำอะไรเพิ่มเติมจะขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพประมาณร้อยละ 3 ดังนั้น จึงต้องเร่งปรับโครงสร้างภาคการผลิต ขยายฐานการส่งออก


สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 3 ปี 66 ขยายตัวร้อยละ 1.5 ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก เพราะการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 8.1 การลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 1.5 เพราะการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึงร้อยละ 3.1  ขณะที่การลงทุนภาครัฐเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า จึงหดตัวร้อยละ -2.6 จากปัจจัยจากต่างประเทศ จากการส่งออกหดตัวต่อกัน 4 ไตรมาส จากไตรมาส 4 ปีก่อน จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมในประเทศชะลอตัว การบริโภครัฐบาลน้อยหดตัวร้อยละ -4.9 ทำให้ช่วง 9 เดือนแรก จีดีพีขยายตัวเพียงร้อยละ 1.9 นับว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง.-สำนักข่าวไทย      

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ช่วยผู้รอดชีวิตรายแรก เหตุตึก สตง.แห่งใหม่ ถล่ม

กทม. 28 มี.ค. – ช่วยได้แล้ว 1 ราย ผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร สตง.แห่งใหม่ พังถล่ม เป็นคนงานที่ติดอยู่ในช่องลิฟต์ เร่งนำส่ง รพ. อัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิต ณ เวลา 19.25 น. เพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย สูญหาย 117 ราย .-สำนักข่าวไทย

ระดมค้นหา 94 ชีวิต เหตุตึกถล่มย่านจตุจักร

เกาะติดเหตุอาคาร สตง.แห่งใหม่ พังถล่มจากแผ่นดินไหว จนท.ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ตัวเลข ปภ. คาดมีคนงานติดอยู่ในซาก 94 ราย ยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ยืนยันผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3 ราย ด้านนายกฯ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ก่อนเดินทางไปยังศูนย์บัญชาการแผ่นดินไหว กทม.

กรมอุตุฯ เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก เขย่าแล้ว 21 ครั้ง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานอาฟเตอร์ช็อกแล้ว 21 ครั้ง นักวิชาการระบุ พลังงานของแผ่นดินไหวลดลงตามลำดับ แต่ที่น่าห่วงคือ โครงสร้างของอาคารต่างๆ โดยเฉพาะอาคารสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง

นายกฯ ยันไม่เกิดสึนามิแน่ เหตุเป็นแผ่นดินไหวบนบก

นายกฯ เผยสถานการณ์แผ่นดินไหวคลี่คลาย ประชาชนกลับเข้าที่พัก-อาคารสูงได้ พร้อมเปิดพื้นที่สวนสาธารณะให้อยู่ ขณะรถไฟฟ้าเปิดให้ บริการอีกครั้งวันพรุ่งนี้ สั่งเร่งทยอยนำคนออกจากตึกถล่ม จตุจักร ก่อนลงพื้นที่ด่วน ยันไม่เกิดสึนามิแน่ เหตุเป็นแผ่นดินไหวบนบก