นักวิเคราะห์ชี้ความไม่แน่นอนการเมืองฉุดการลงทุน

กรุงเทพฯ 19 ก.ค. – นักวิเคราะห์หลักทรัพย์เห็นตรงกันว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองฉุดการลงทุน ชี้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาลมากกว่าพรรคก้าวไกล


นายวิจิตร อารยะพิสิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัย บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลต่อตลาดทุนมาตั้งแต่หลังประกาศผลการเลือกตั้ง แต่ก็เริ่มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ สส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันนี้ (19 ก.ค ) จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และกรณีสภาฯ ไม่เสนอชื่อนายพิธา ในการโหวตนายกฯ รอบ 2

มองว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่เกินความคาดหมาย เนื่องจากสถานการณ์การเมืองตั้งแต่ช่วงหลังการเลือกตั้ง ยอมรับว่าโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะเป็นผู้นำรัฐบาลค่อนข้างยาก โดยประเมินว่าทางเลือกที่เป็นไปได้อาจเป็นพรรคเพื่อไทยเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล หรือพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคขั้วรัฐบาลเดิม หรือเป็นการสลับขั้วพรรคจัดตั้งรัฐบาลไปเลย แล้วพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งหากถึงขั้นสลับขั้วจริง คาดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้ามีโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะแลนสไลด์ ขณะที่หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล และนายเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายรัฐมนตรี ตลาดน่าจะมีสัญญาณตอบรับเชิงบวก เนื่องจากชื่อของนายเศรษฐาเป็นที่ยอมรับในด้านเศรษฐกิจ


ด้านนายสุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย มองคล้ายกันว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองอาจฉุดการลงทุน คาดว่าภาคเอกชนจะชะลอการลงทุนจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มีนโยบายชัดเจน งบประมาณปี 2567 ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ต.ค. 2566 จะถูกเลื่อนออกไปตามร่างแก้ไขของรัฐบาลชุดใหม่ นักลงทุนยังคงกังวลต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ เช่น นโยบายความมั่งคั่งร่วมกัน การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และอัตราภาษีที่สูงขึ้น เป็นต้น

ทั้งนี้ มองว่ารูปแบบพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นได้ 3 รูปแบบ คือ รัฐบาลผสมนำโดยพรรคก้าวไกล แต่โอกาสเป็นไปได้น้อย, รูปแบบที่สอง รัฐบาลผสมนำโดยพรรคก้าวไกล และก้าวไกลเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังมีโอกาสเป็นไปได้ และรูปแบบที่สาม พลิกขั้ว รัฐบาลผสมนำโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งหากออกมาในรูปแบบนี้ และการโหวตนายกรัฐมนตรีอาจมีชื่อจากนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย หรือพรรคขั้วรัฐบาลเดิม และอาจส่งผลให้การ “ลงถนน” เกิดขึ้น.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า