ราคาหมูอาจปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์ แต่ยังต่ำกว่าทุน

กรุงเทพฯ 29 พ.ค. – สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ คาดราคาหมูหน้าฟาร์มจะปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์ ครั้งละ 4 บาท ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 82-88 บาท/กก. เนื่องจากคำสั่งซื้อมีเข้ามาเพิ่มขึ้น ขณะที่ “หมูเถื่อน” ในตลาดเริ่มลดลง รวมถึงการระบาดของโรค ASF ในเวียดนามที่ทำให้ราคาทั้งเอเชียสูงขึ้น แต่ราคาจำหน่ายที่จะปรับใหม่ยังคงต่ำกว่าต้นทุนการผลิต


นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดการแก้ปัญหาหมูเถื่อน กล่าวว่า สถานการณ์ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากที่ทรงตัวในระดับต่ำมานาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 74-79 บาท/กิโลกรัม ขึ้นอยู่แต่ละพื้นที่ คาดว่าราคาจะทยอยขยับขึ้นอีกสัปดาห์ละ 4 บาท/กิโลกรัม ต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์

สำหรับสาเหตุที่ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับเพิ่มขึ้น เป็นเพราะปริมาณเนื้อสุกร (supply) ส่วนเกินที่มาจาก “หมูเถื่อน” ซึ่งลักลอบนำเข้า เริ่มหมดไปจากตลาด นอกจากนี้ สุกรน้ำหนักเกินคือ 120 กิโลกรัมขึ้นไปที่ผู้เลี้ยงไม่ได้จับขาย ได้ระบายออกไปแล้ว ล่าสุดความต้องการและคำสั่งซื้อสุกรขุนหน้าฟาร์มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังหนุนให้เกษตรกรปรับราคาหน้าฟาร์มเข้าหาต้นทุน เพื่อลดความเสียหายจากสภาวะขาดทุน


ทั้งนี้ หากปรับขึ้นอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 4 บาท จากที่ปรับขึ้นเมื่อวันพระที่ 27 พฤษภาคม 2566 เฉลี่ยที่ 74-79 บาท/กิโลกรัม จะเป็น 78-84 บาท/กิโลกรัม ในวันพระ (วันวิสาขบูชา) ที่ 3 มิถุนายน 2566 แล้วปรับขึ้นอีกครั้งในวันพระที่ 11 มิถุนายน 2566 เป็น 82-88 บาท/กิโลกรัม ซึ่งจะใกล้เคียงกับระดับต้นทุนการเลี้ยงที่ 96.52 บาท มากขึ้น ส่วนการประเมินต้นทุนการผลิตสุกรของคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตสุกรของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) ในเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 98.93 บาท/กิโลกรัม

หลังจากปรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มรวม 3 ครั้งแล้ว จะขยับขึ้นอีกหรือไม่ ผู้เลี้ยงสุกรทุกภูมิภาคจะดูตลาดในช่วงนั้นอีกครั้ง เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยมองว่าสภาวะการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่หนาแน่นในเวียดนามในปัจจุบันเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาสุกรมีชีวิตทั้งเอเชียสูงขึ้น โดยการส่งออกสุกรมีชีวิตไปประเทศรอบบ้านที่ราคาขยับขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้การปรับซัพพลายส่วนเกิน เพื่อจัดการกับราคาสุกรหน้าฟาร์มให้ใกล้เคียงกับต้นทุนทำได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะทำงานจัดการแก้ปัญหาหมูเถื่อน ซึ่งประกอบด้วย กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ครั้งล่าสุดนั้น นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ให้ความมั่นใจว่า นับจากนี้จะไม่มี “หมูเถื่อน” เข้าประเทศอีก เพราะมาตรการที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้รัดกุมและเข้มงวดอย่างยิ่ง โดยที่ประชุมกำหนดมาตรการดำเนินการ ดังนี้


1. ต่อไปสินค้าสุกรแช่แข็งกลุ่มที่ได้รับอนุญาต เช่น เครื่องใน ตับ ไส้หมักเกลือ หนังหมู อุตสาหกรรมหนังสัตว์ แคบหมู จะต้องเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบังเท่านั้น เพื่อง่ายในการตรวจสอบ และลดโอกาสหลุดรอดไปที่ท่าเรืออื่น

2. รายชื่อของบริษัทนำเข้าที่ถูกดำเนินคดีจากตู้คอนเทนเนอร์ตกค้าง 161 ตู้ ที่แหลมฉบังนั้น ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติสามารถติดตามได้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้เลย ซึ่งการเปิดเผยรายชื่อขึ้นอยู่กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

3. ระเบียบมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure-SOP) ต่างๆ นั้นทำอยู่แล้ว แต่เมื่อมีความเดือดร้อนของเกษตรกร กรมศุลกากรต้องเพิ่มความเข้มข้นจากสุ่มตรวจเดิมที่ 20% เป็น 100%

4. ตามที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติขอให้ขึ้นบัญชีผู้นำเข้าเนื้อสุกรที่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ เข้าลักษณะต้องตรวจสอบการผ่านพิธีการแบบ Red Line ทั้งหมด จนกว่าจะจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดลักลอบนำเข้าจนถึงที่สุด ทางกองสารวัตรฯ กรมปศุสัตว์ รับเรื่องและส่งรายชื่อให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงนามเพื่อส่งต่อกรมศุลกากรแล้ว

นายนิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้คดี “หมูเถื่อน” เป็นคดีพิเศษที่รับผิดชอบโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว เชื่อมั่นว่าจะสามารถปราบปรามได้อย่างจริงจัง และดำเนินคดีผู้กระทำผิดทั้งขบวนการได้อย่างเด็ดขาด ตลอดจนการดำเนินคดีต่อขบวนการลักลอบนำเข้าและค้า “หมูเถื่อน” ในส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตามที่ได้ร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษไว้นั้น ขอให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาโทษผู้กระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ ตามบทกำหนดโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต ที่กำหนดบทลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 2 หมวด 2 ในมาตรา 148 และ 149 เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับผู้ที่ยังกระทำ หรือคิดที่จะกระทำอีกในอนาคต ได้แก่

  • มาตรา 148 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตําแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง หรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจําคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท หรือประหารชีวิต
  • มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทําการหรือไม่กระทําการอย่างใดในตําแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจําคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท หรือประหารชีวิต.-สำนักข่าวไทย
ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ลุ้นวันนี้! ศาล รธน.ลงมติคดี “คลิปเสียง “แพทองธาร” คุย “ฮุน เซน”

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – ลุ้นวันนี้ (29 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คุย “ฮุน เซน” วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน เพื่อส่งให้ประธานศาลศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง และในเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชม ส่วนความเคลื่อนไหววันนี้ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ถูกศาลสั่งพักงาน” จะเดินทางเข้าทำเนียบฯ ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการอ่านคำวินิจฉัยด้วยตนเอง และเตรียมแถลงข่าวหลังศาลมีคำตัดสิน โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอย เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ จากนั้นเวลา 15.00-16.00 น. สส.พรรคเพื่อไทย จะเข้าให้กำลังใจนายกฯ ไม่ว่าผลออกมาบวกหรือลบ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.แพทองธาร […]

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

อุตุฯ เตือนเหนือ-อีสาน-ใต้ฝั่งตะวันตก ฝนตกหนักบางแห่ง

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 40% กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนในระยะต่อไป กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง […]

แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ชาวบ้าน-พระ เดือดร้อน

สุโขทัย 28 ส.ค. – หลายพื้นที่เมืองสุโขทัย จมอยู่ใต้น้ำและขยายวงกว้าง แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ด้านหลังวัดปากแคว พระและชาวบ้าน ช่วยกันขนสิ่งของหนีน้ำ ภาพมุมสูง เผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมสูงภายในวัดปากแคว และบริเวณโดยรอบ ทหารนำกำลังพล 22 นาย ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พระวัดปากแคว ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 ต.ปากแคว 4 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง รถยนต์จมน้ำหลายคัน ด้านหลังวัดปากแคว อำเภอเมือง แม่น้ำยมผนังกั้นน้ำล้นตลิ่ง มวลน้ำมหาศาล ทะลักเข้าท่วมเต็มพื้นที่ ระดับน้ำสูงรอบวัดเกือบ 2 เมตร ทะลักเข้าท่วม ไหลข้ามถนนจรดวิถีถ่อง ระยะทางกว่า 500 เมตร ต้องปิดกั้นถนนห้ามสัญจรไปมา พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ (พระอาจารย์นาค) เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย เจ้าอาวาสวัดพายชุมพล หลังทราบข่าว ระดับน้ำท่วม ในวัดปากแคว รีบนำอาหารกล่องพร้อมทั้งถุงยังชีพ เข้าไปถวายพระสงฆ์ 18 รูป ที่จำพรรษาอยู่ในวัดปากแคว เร่งหาผู้สูญหายที่แม่ฮ่องสอน […]