ขุนคลัง เผยใช้จ่ายงบปี 66 ไปพลางก่อน หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

กรุงเทพฯ 22 มี.ค. – ขุนคลัง เผยใช้จ่ายงบไปพลางก่อน หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ช่วงรอยต่อรอการเลือกตั้ง ทั้งเบิกงบประจำ และงบผูกพัน ทีดีอาร์ไอ ระบุ พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง 


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาเศรษฐกิจประจำปี 2566 TEA  Annual  Forum 2023  “ถึงเวลา! ก้าวสู่ทรงใหม่ไทยแลนด์” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ว่า ในช่วงรอยต่อระหว่างรอการเลือกตั้ง ยังมีหลายมาตรการเดิมคอยเติมกำลังซื้อ ช่วยพยุงเศรษฐกิจ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ทั้งเรื่องบัตรสวัสดิการฯ เราเที่ยวด้วยกัน การลดภาษีน้ำมันดีเซลต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม 66   

ในระหว่างรอรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาปรับปรุงปฏิทิน ขั้นตอนจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 67 รัฐบาลสามารถใช้การเบิกจ่ายงบประมาณไปพลางก่อน โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประจำ เช่น เงินเดือนข้าราชการ ส่วนงบผูกพันเหลื่อมปี ให้เร่งรัดส่วนราชการเบิกจ่ายตามที่ยืดระยะเวลาให้ในโครงการสำคัญถึงสิ้นเดือนกันยายน 66 หลังจาก ครม. ได้เห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 2.49 ล้านล้านบาท รายจ่ายลงทุน  717,199 ล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 5.93 แสนล้านบาทล้านบาท คาดการณ์รายได้รัฐบาล 2.757 ล้านล้านบาท มองว่านโยบายการคลังด้านงบประมาณจะไม่มีปัญหา   


นายอาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้หารือกับ ธปท. เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐ และสถาบันการเงินยุโรป ไม่มีการเชื่อมโยงโดยตรงกับธนาคารของไทยมากนัก  อีกทั้งสถานะระบบธนาคารของไทย ยังมั่นคงแข็งแรง ทั้งการประกันเงินฝากกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ยอดหนี้ NPL ของระบบยังไม่สูง ตัวเลขทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์กำหนด ธปท. มีระบบกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง สถาบันการเงินของไทยจึงมั่นคงรองรับปัญหาจากภายนอกได้ในขณะนี้ 

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึก ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีความเข้มแข็ง ทุนสำรองระหว่างประเทศ ติดอันดับสูงสุดอันดับ 15 ของโลก  จึงไม่เหมือนกับหลายประเทศที่เจอปัญหาวิกฤติ อัตราดอกเบี้ยของไทย ยังต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อัตราเงินเฟ้อเริ่มลดลง ดังนั้น เศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างแข็งแกร่ง ระบบสถาบันการเงินไทย สามารถรองรับวิกฤติต่างๆ อาจกระทบเข้ามาได้ในขณะนี้ ในส่วนรายย่อย และเอสเอ็มอี ยังมีปัญหาต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด .-สำนักข่าวไทย  


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า