fbpx

“เฉลิมชัย” สั่งปศุสัตว์ยกระดับควบคุมโรคลัมปี สกิน

กรุงเทพฯ 18 มิ.ย.- รมว.เกษตรฯ สั่งการด่วนให้กรมปศุสัตว์ยกระดับควบคุมโรคลัมปี สกิน พร้อมเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรทุกพื้นที่


นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สั่งการให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ เร่งควบคุมโรคลัมปี สกิน เนื่องจากเกษตรกรกังวลว่า โรคจะกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้งเหมือนปีก่อน หลังจากพบสัตว์ป่วยในจังหวัดชัยภูมิ ทั้งนี้ ยืนยันว่า การพบรายงานของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือครั้งนี้ ไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อนแน่นอน แต่ยังพบโรคในบางพื้นที่ เนื่องจากโคบางตัวยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนด้วย จึงเป็นปัจจัยเอื้อให้แมลงที่เป็นสัตว์พาหะของโรคมีจำนวนมาก ทั้งนี้ ย้ำให้กรมปศุสัตว์หาแนวทางป้องกันการเกิดโรค ควบคุม และช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เดือดร้อนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยให้รายงานผลดำเนินการมาที่ตนโดยตรง

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2564 ที่มีรายงานพบโรค มีการออกมาตรการในการควบคุมป้องกันโรค แจ้งสั่งการไปยังทุกพื้นที่ให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด การบูรณาการร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดและ อปท. การเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ โดยพิจารณาตามความเสี่ยงก่อน การประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ในการควบคุมป้องกันและสังเกตอาการของโรคให้เกษตรกร การพ่นน้ำยาฆ่าแมลงและสัตว์พาหะที่คอกเลี้ยงสัตว์ การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ การทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่สอบสวนโรคทันทีตามหลักรู้เร็ว ควบคุมโรคได้เร็ว การปรับปรุงฟาร์มเพื่อยกระดับการเลี้ยง และการจัดการฟาร์มให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ การสร้างเครือข่ายในพื้นที่ การทำระบบการรายงานผลที่มีประสิทธิภาพรวดเร็ว ซึ่งในพื้นที่ที่มีการรายงานพบโรคจะมีการยกระดับความเข้มงวดเป็นพิเศษ


นอกจากนี้ เพื่อเป็นความมั่นคงในการผลิตวัคซีน ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น ประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนใช้ในประเทศได้อย่างเพียงพอยั่งยืนนั้น ได้สั่งการให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ เร่งวิจัยและศึกษาการผลิตวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ซึ่งตอนนี้สามารถวิจัยและผลิตวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ลอตแรกได้สำเร็จในเดือนมิถุนายนนี้แล้ว 45,000 โดส จากกำลังการผลิตสูงสุดในแต่ละเดือนผลิตได้ 50,000 โดส และได้จัดสรรวัคซีนไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ครบถ้วน โดยจะพิจารณาจากพื้นที่เสี่ยงและจำนวนโคและลูกโคที่ยังไม่ได้ทำวัคซีนก่อน วัคซีนที่ผลิตได้เป็นวัคซีนเชื้อตาย สื่อน้ำมัน ฉีดตัวละ 2 มิลลิลิตร เข้าทางกล้ามเนื้อ เริ่มฉีดได้ที่โคอายุ 4 เดือนขึ้นไป ถ้าไม่เคยฉีดมาก่อนให้กระตุ้นซ้ำอีก 1 เดือน และกระตุ้นทุกๆ 6 เดือน เกษตรกรสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่

สำหรับการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เสียหายนั้น ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรโดยใช้งบประมาณทดรองราชการแล้ว 52,389 ราย โค-กระบือ 58,089 ตัว วงเงิน 1,221,823,020 บาท อยู่ระหว่างการช่วยเหลืออีก 1,596 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.82 และอยู่ระหว่างการของบประมาณเพิ่มเติมจากงบกลาง เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรในบางพื้นที่เพิ่มเติม จำนวน 203,107,702 บาท ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป

ขอย้ำว่า สามารถควบคุมโรคได้ในวงจำกัด ซึ่งจากรายงานสัตว์ป่วยทั่วประเทศพบเพียง 1,498 ตัว จากจำนวนสัตว์ทั่วประเทศทั้งหมดเกือบ 9 ล้านตัว คิดเป็นสัดส่วนที่พบน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนทั้งหมด ซึ่งจากการสอบสวนหาสาเหตุพบว่า สัตว์ที่ป่วยใหม่เป็นสัตว์ที่ไม่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ตาม การควบคุมโรคให้สำเร็จนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นสำคัญด้วย จึงขอให้เกษตรกรดำเนินการตามมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญในการคุมโรคได้ คือ การทำวัคซีน การกำจัดแมลงและสัตว์พาหะ และการควบคุมการเคลื่อนย้าย ถ้าหากควบคุมไม่มีตัวป่วยและตายเพิ่มในระยะเวลา 1 ปี จะทำการขอคืนสถานะปลอดโรคลัมปี สกิน จากองค์การสุขภาพสัตว์โลกต่อไป


ทั้งนี้ หากพบสัตว์แสดงอาการน่าสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือสายด่วนของกรมปศุสัตว์ โทร. 063-225-6888 หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชวนคนกรุงดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 ก.ค.นี้

“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ชวนดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 กรกฎาคมนี้ ในเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเดิมเรื่องแรก “2499 อันธพาลครองเมือง” ณ ลานคนเมือง

อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนักบางพื้นที่-กทม.ฟ้าคะนอง 60%

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฟ้าคะนอง 60% ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

นักตบสาวไทย เผยเป็นไปตามเป้า ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต ศึกเนชั่นส์ลีก

วอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2022” สนามที่ 3 ที่ประเทศบัลแกเรีย ทีมชาติไทยประเดิมสนามนัดแรก ชนะเกาหลีใต้ 3-0 เซต 25-11, 25-22, 25-17 ทำสถิติชนะเพิ่ม 5 นัด แพ้ 4 นัด

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย