กรุงเทพฯ 16 มิ.ย. – ประธานบอร์ด กยท.ยืนยัน กนย.ไม่มีมติขายยางสตอกรัฐกว่าแสนตัน เพียงเห็นชอบจัดสรรค่าเช่าโกดังเก็บยางพารา ช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) ช่วงโควิด-19 ภายใต้โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน วงเงิน 20,000 ล้านบาท
นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงข่าวที่ปรากฏว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีมติขายยางพาราในสตอก จากการรับซื้อ 2 โครงการ คือ โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง 53,190.14 ตัน โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง 51,572.88 ตัน รวม 104,000 ตัน ทำให้ผู้แทนชาวสวนยางพาราวิตกว่าจะฉุดราคายางพาราลดลง
นายประพันธ์ ยืนยันว่าที่ประชุม กนย.หารือพร้อมประเมินการขาดทุนทางบัญชีเท่านั้น แต่ยังไม่มีมติขายยางพาราในสตอกของรัฐบาล นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณเป็นค่าเช่าโกดัง ค่าประกันภัย ค่าจ้างและผลิตยางและอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นเงิน 772.47 ล้านบาท และเห็นชอบจัดสรรงบประมาณเป็นค่าเช่าโกดัง และค่าประกันภัย ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ถึงเดือนมีนาคม 2564 เป็นเงิน 126.286 ล้านบาท รวมกว่า 898 ล้านบาท ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำนั้น ที่ประชุมกนย.มีมติมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนถึงราคายางพาราที่ใช้ประกันรายได้ ปริมาณผลผลิต ระยะเวลาที่ชดเชย และจำนวนพื้นที่สวนยางกรีดของเกษตรกรแต่ละรายที่จะประกันรายได้ ซึ่งขณะนี้ทาง กยท.กำลังจัดทำรายละเอียดดังกล่าวเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุม กนย.ยังอนุมัติเพิ่มกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต้โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน วงเงิน 20,000 ล้านบาท ซึ่งกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องซื้อยางมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตของฤดูกาลใหม่ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของผลผลิตยาง หากผู้ประกอบการไม่ซื้อยางในเดือนใด จะไม่ได้รับการชดเชยดอกเบี้ยในเดือนนั้น อีกทั้งมอบหมายให้กยท. หารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สนับสนุนการลงทุน โดยเฉพาะการส่งเสริมเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการผลิตถุงมือยางซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการใช้สูงขึ้นทั่วโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการแข่งขันกับผู้ผลิตในประเทศอื่น ๆ ได้
สำหรับราคายางพาราเมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.) ราคาน้ำยางสดโรงงานท้องถิ่นกิโลกรัมละ 44 บาท ส่วนราคาประมูลยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ตลาดกลางยางพาราสงขลา 42.97 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงกว่าราคาปิดตลาดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.28 บาทต่อกิโลกรัม.-สำนักข่าวไทย