นนทบุรี 9 เม.ย. – 3 กระทรวงพาณิชย์-เกษตร-คมนาคม จับมือปรับแผนบริหารจัดการผลไม้รับมือโควิด-19 กระทบการส่งออกผลไม้และการบริโภคภายใน ส่งสัญญาณถึงเกษตรกรยอมรับราคาปีนี้อาจไม่สูงเหมือนปีที่ผ่านมา
นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมบริหารจัดการการขนส่งผลไม้ที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมี 3 หน่วยงานเข้าร่วมประชุม คือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และภาคเอกชน โดยที่ประชุมประเมินโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการค้าผลไม้ไทยทั้งการบริโภคที่ชะลอตัว เนื่องจากกำลังซื้อและนักท่องเที่ยวลดลง และไม่สามารถจัดกิจกรรมการรณรงค์บริโภคผลไม้ได้ มีปัญหาด้านการขนส่งทั้งทางบกทางเรือและทางอากาศที่ต้องใช้เวลาขนส่งนานกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม จากปัญหาดังกล่าวที่ประชุมมีมาตรการด้านการผลิต โดยจะดูแลทั้งราคาและปริมาณ เข้มงวดกฎหมายทางการค้าและกฎหมายราคา ส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา เสริมสภาพคล่องโดยช่วยเหลือค่าขนส่ง นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมการขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่งเสริมการขายผ่านสัญญาข้อตกลงหรือขายตรงระหว่างผู้ขายและผู้ประกอบการ รวมทั้งเชื่อมโยงการกระจายผลผลิต โดยเชื่อมโยงกับห้าง การแปรรูป จัดทำกล่องบรรจุผลไม้ให้เกษตรกร 200,000 กล่อง ขนาดละ 5,10,20 กิโลกรัม
ทั้งนี้ มาตรการการตลาดในประเทศมีการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย สนับสนุนค่าขนส่ง โดยไปษณีย์ไทยส่งผลไม้ฟรี 200 ตัน โดยซื้อกล่อง 35 บาท ส่งฟรีทั่วประเทศ เพิ่มการจำหน่ายบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม เรียนวิธีการขายออนไลน์ฟรี รณรงค์การบริโภคในประเทศผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย และส่งเสริมผลไม้เป็นของขวัญในเทศกาลต่าง ๆ
ขณะที่ด้านการตลาดต่างประเทศ จะมีการผลักดันการส่งออก โดยจัดทำบิสิเนสแมทชิ่งจากผู้ซื้อต่างประเทศ และการทำบิสิเนสแมทชิ่งผ่านอี-คอมเมิร์ซ จัดโปรโมทผลไม้ไทย ในประเทศต่าง ๆ และมอบหมายหมายทูตพาณิชย์ประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ การลดภาระค่าขนส่งโดยหาสินค้านำเข้ากลับมาในประเทศ เพื่อลดค่าระวางที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายทั้งไปและกลับ และมาตรการเสริมสภาพคล่อง โดยชดเชยดอกเบี้ยรวบรวมผลไม้แปรรูป ร้อยละ 3 เป็นเวลา 10 เดือน และชดเชยดอกเบี้ยรวบรวมผลไม้เพื่อการส่งออก ร้อยละ 3 เป็นเวลา 6 เดือน สนับสนุนค่าบริหารจัดการในการรวบรวมเพื่อการส่งออก กิโลกรัมละ 5 บาท เบื้องต้น 10,000 ตัน
นอกจากนี้ มาตรการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการผลไม้ โดยสร้างมาตรฐานผลไม้ร่วมกัน โดยตรวจเพียงครั้งเดียวไม่ต้องตรวจซ้ำอีก โดยจะประสานกับประเทศต่าง ๆ โดยรัฐจะจ่ายค่าตรวจให้ สำหรับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิดยังประเมินความเสียหายไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่ายืดเยื้อมากน้อยเท่าไหร่ หากดูมูลค่าการส่งออกผลไม้ของไทยปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 3,953 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดอันดับ1 คือ จีน มูลค่า 2095 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เวียดนาม 846 ดอลลาร์สหรัฐ ฮ่องกง 301 ดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่น 124 ดอลลาร์สหรัฐ สหรัฐอเมริกา 101 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือว่าเป็นวิกฤติร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบมากที่สุดกับการผลิตสินค้าอาหารและสินค้าเกษตร เนื่องจากสินค้าบางรายการไม่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาเลย ทั้งสินค้าประมง พืช ผลไม้ ทำให้เผชิญกับความไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะผลไม้ที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกตัว เช่น ทุเรียน มะม่วง มังคุด ลำไย จึงจำเป็นที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องร่วมมือกัน เพื่อเพิ่มการบริโภคในประเทศมากที่สุด โดยกระจายไปให้ทั่วถึงหมู่บ้านกว่า 70,000 แห่งภายใน 48 ชั่วโมง และปรับแผนการกระจายจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคมากที่สุดเพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำ
ขณะเดียวกันจะต้องปรับแผนการผลิตใหม่ไม่พึ่งพาตลาดส่งออกเพียงอย่างเดียว เน้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณถึงเกษตรกร ว่าขณะนี้อยู่ในวิกฤติ จึงขอให้เกษตรอยู่กับความเป็นจริงว่าราคาอาจจะไม่สูงดังที่คาดหวังเป็นต้น.-สำนักข่าวไทย
