กทม.25 ธ.ค.-ทีมแพทย์จิตเวช รพ.ตำรวจ เปิดสถิติตำรวจสายงานปราบปรามป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากสุด เหตุเครียดจากการทำงาน แนะวิธีสังเกตุคนรอบข้างเพื่อช่วยกันดูแล ป้องกันให้หายจากโรคดังกล่าว
พลตำรวจโทชนินทร์ ชโยชัยชนะ นายแพทย์ สบ.8 พร้อมพันตำรวจตรีหญิงปองขวัญ ยิ้มสะอาด นายแพทย์ (สบ.2) กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด และว่าทีร้อยตำรวจตรีชัยชนะ จรูญพิพัฒน์กุล ทีมแพทย์จิตเวช โรงพยาบาลตำรวจ เปิดสถิติข้าราชการตำรวจป่วยโรคซึมเศร้ายอดรวมในปีนี้สูงร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของประชาชนทั่วไปที่ป่วยด้วยโรคนี้ โรงพยาบาลตำรวจ เตรียมเปิดช่องทางให้คำปรึกษาด้านจิตเวช แก่ข้าราชการตำรวจ ทั้งทางเพจเฟซบุ๊ก และสายด่วน ป้องกันปัญหาตำรวจเครียดฆ่าตัวตาย คาดเสร็จเรียบร้อยในสัปดาห์นี้
พันตำรวจตรีหญิงปองขวัญ เพิ่มเติมว่าตั้งแต่มกราคมปีนี้ถึง ธันวาคม มีข้าราชการตำรวจเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้ากว่า 605 ราย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัญหาการทำงาน ทั้งถูกกดดัน งานเยอะ ความเครียด และเรื่องโยกย้าย และจากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2559 ของกองวิจัยข้อมูล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าข้าราชการตำรวจฆ่าตัวตายสำเร็จกว่า 299 ราย พบมากสุดที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ขณะที่ยอดประชาชนที่เข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้าช่วงมกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน มียอดรวมกว่า 1,813 ราย จากตัวเลขดังกล่าวจะพบว่า ข้าราชการตำรวจป่วยเป็นโรคซึมเศร้าร้อยละ 25 จากจำนวนผู้ป่วยปกติ หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด สายงานที่พบการป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากสุดคือ สายงานปราบปราม อาจมาจากความเครียดจากการกดดันในงานที่รับผิดชอบ สำหรับผู้ป่วยหรือคนรอบข้างหากพบเหตุความผิดปกติของตัวผู้ป่วยเช่น นิสัยส่วนตัวเปลี่ยนไปจากปกติ สิ่งที่เคยชอบ เคยทำกลับไม่ชอบ หรือไม่ทำในสิ่งที่เคยทำ หรือนอนน้อย พักผ่อนน้อย มีการซึม มีความเครียดยาวนานกว่าปกติ อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย ให้รีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โรคนี้รักษาหาย หากเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี
ด้านว่าที่ ร.ต.ต.ชัยชนะ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงอีกอย่างคือ การปล่อยให้ผู้ป่วยโรคนี้อยู่กับโซเชียลมีเดียนานๆ จะยิ่งเพิ่มโอกาสการฆ่าตัวตายเนื่องจากโซเชียล ส่วนมากจะเป็นการบอกเล่าเรื่องดีๆสิ่งดีๆของคนอื่น เมื่อผู้ป่วยเข้าไปเสพสิ่งเหล่านี้จะยิ่งตอกย้ำสิ่งที่คิดว่าตัวเองขาด และการใช้เวลากับโซเชียลยังทำให้ไม่ได้พบปะผู้คน ขาดการติดต่อสัมพันธ์ ยิ่งสร้างความซึมเศร้ามากขึ้น คนใกล้ตัวหรือคนรอบข้างต้องช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
พลตำรวจโทชนินทร์ เสริมว่า โรงพยาบาลตำรวจเตรียมเปิดเพจเฟซบุ๊กและสายด่วน ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับจิตเวช และมีแบบสอบถามให้ข้าราชการตำรวจลองทำเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ถือเป็นช่องทางใหม่ที่จะเข้ามาช่วยป้องกันปัญหาข้าราชการตำรวจป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและยังไม่รู้ตัว ก่อนจะก่อเหตุฆ่าตัวตายเช่นในอดีตที่ผ่านมาเนื่องจากช่องทางเก่าที่เป็นสายด่วน 1599 ติดปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลหลายหน่วยงานทำให้บางครั้งการติดต่อขอคำปรึกษาไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือ อีกทั้งการติดต่อผ่านเพจและสายด่วนใหม่ที่กำลังจะเปิดภายในสัปดาห์นี้ ข้อมูลทั้งหมดของผู้ป่วยจะเป็นความลับเชื่อว่าจะมีตำรวจที่มีข้อสงสัยว่าตัวเองอาจจะป่วยด้วยโรคนี้ยินดีเข้ารับการปรึกษามากขึ้น.-สำนักข่าวไทย
