กทม.21ธ.ค.- ศาล สั่งจำคุก ผู้บริหาร “เมก้า แพลนเน็ต” คนละ 2 ปี พร้อมชดใช้เงินญาติผู้ตาย 3 คน คนละ 100,000-500,000 บาท ฐานร่วมกันประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากเพลิงไหม้ ธ.ไทยพาณิชย์ สนง.ใหญ่ เมื่อปี 59 ทำคนตายถึง 8 คน
ศาลอาญา รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายณ.พงษ์ สุดสงวน อายุ 45 ปี ,นายอดิศร โฟดา อายุ 51 ปี กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการผู้มีอำนาจ บริษัทเมก้า แพลนเน็ต จำกัด กับพวกซึ่งเป็นบุคคล 6 คน และนิติบุคคลอีก 1 ราย ร่วมกันเป็นจำเลย ที่ 1- 10 ในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
จากกรณีเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 เวลากลางคืน จำเลยที่ 1,2 ได้ให้พนักงานบริษัทเมก้า ฯ จำเลยที่ 9 ติดตั้งระบบดับเพลิงแบบไพโรเจน โดยใช้สารเคมีแอโรซอล ที่ห้องเอกสาร ชั้นบี ประตู 5 บริเวณชั้นใต้ดิน ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ โดยใช้สว่านไฟฟ้าเจาะกำแพงฝาผนังจนเกิดแรงสั่นสะเทือน ระบบดับเพลิงทำงานปล่อยสารเคมีแอโรซอลจนฟุ้งกระจาย ทำให้คนงานสูดดมสารเคมี จนถึงแก่ความตาย 8 คน และทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 7 ราย
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า นาย ณ.พงษ์ สุขสงวน ประธานกรรมการบริษัทเมก้า แพลนเน็ต จำเลยที่ 1 , นายอดิศร โฟดา กรรมการบริษัท จำเลยที่ 2 และ นายนายจิระวัฒน์ เปรมปรีด์ วิศวกร จำเลยที่ 3 และ บริษัทเมก้า แพลนเน็ต จำเลยที่ 9 มีความผิดฐานผู้ใดร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 2 ปี แค่โทษจำคุกให้รอลงอาญา คนละ 2 ปี เนื่องจากโจทก์ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ประกอบกับความประมาทที่เกิดขึ้นก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของจำเลย และให้ปรับจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นบริษัท 20,000 บาท รวมทั้งให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินแก่ญาติผู้ตาย 3 รายที่เป็นโจทก์ร่วมด้วยเฉลี่ยรายละ 100,000-500,000 บาท รวม 2.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ส่วนจำเลยที่เหลือ พิพากษายกฟ้อง
ทั้งนี้ภายหลังฟังคำพิพากษา นายณ.พงศ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน โดยให้เหตุผลเพียงว่า ยังต้องรอกลับไปหารือกับทางบริษัทก่อน ยังบอกไม่ได้ว่าจะพิจารณาเรื่องการเยียวยาใดๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากคำพิพากษาให้กับเหยื่ออีกหรือไม่
ขณะที่ด้านนายสมชาย โพธิ์เมือง ลูกเลี้ยงนายวิรัตน์ ดีดพิณ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ ยอมรับว่า เงินเยียวยาตามคำพิพากษาไม่เพียงพอต่อรายจ่ายของคนในครอบครัว เพราะทุกวันนี้มีภาระค่ารักษาพยายาลมารดาที่ป่วยเป็นเบาหวาน / ค่าเล่าเรียนบุตร และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้าน ซึ่งหลังจากที่บิดาเสียชีวิต น้องสาวก็ต้องลาออกจากแผนการเรียนปกติ มาเรียนการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อจะมีเวลาดูแลมารดาด้วย ส่วนเรื่องคดีหลังจากนี้ตั้งใจว่าจะอุทธรณ์คดีต่อ ซึ่งต้องเริ่มหาทนายคนใหม่ที่ถอนตัวไปทันทีหลังศาลพิพากษา โดยอาจจะขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความให้ช่วยจัดหาทนายดูแลคดีนี้ต่อไป.-สำนักข่าวไทย