รัฐสภา 27 ก.พ.- สว.โต้กลับ ยื่นสอบ ‘รมว.ยุติธรรม-อธิบดีดีเอสไอ’ เซ่นปมฮั้วเลือก สว. ชี้ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ขัด รธน.-ข้ามแดน กกต. มองเป็นการจงใจกลั่นแกล้ง ถามกลับทำงานดีแล้วหรือยัง รู้ได้อย่างไร อยู่ในกระบวนการตั้งแต่ต้นหรือ เล็งยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 153 ต่อไป
พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ยื่นหนังสือถึงนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา หลังมีสมาชิกวุฒิสภา เข้าชื่อกันเพื่อขอให้ประธานวุฒิสภา ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ กรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในคดีที่กล่าวหาวุฒิสภา หลังคณะกรรมการพิจารณาคดีพิเศษ หรือ กพค.เลื่อนการพิจารณาคดีกระบวนได้มาซึ่งวุฒสภา เป็นการฮั้ว อั้งยี่ ผิดกฎหมายการฟอกเงิน แต่คณะกรรมการ กพค.กลับเลื่อนพิจารณาคดี โดยอ้างว่า จะต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มาชี้แจงก่อน สะท้อนว่า ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น ไม่มีความชัดเจน และเลื่อนลอย ไม่สามารถมีหลักฐานยืนยันให้คณะกรรมการ กพค.รับฟังได้ว่า เป็นคดีพิเศษ
พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ ยังตั้งข้อสงสัยว่า ที่คณะกรรมการ กพค.ไม่กล้าลงมติ เพราะยังฮั้วกันไม่เสร็จสิ้นหรือไม่ หรือยังพิจารณานัดกันไม่ลงตัว และในคณะกรรรมการ ยังมีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับบอร์ดไปควบคุมการพิจารณาของบอร์ด 22 คนด้วย ซึ่งตนไม่อยากจะกล่าวถึงว่า ใครอยู่เบื้องหลังการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดี DSI ดังนั้น ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา จึงเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นการกลั่นแกล้ง จงใจให้วุฒิสภา ซึ่งเป็นเสาหลักบริหารบ้านเมือง เป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบโดยชอบสุจริต แต่ DSI กลับบังคับใช้กฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องข้ามแดน ตนเองจึงมองว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญถึงขั้นล้มล้างการปกครอง ดังนั้น ตนจึงจะยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ให้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และสมาชิกวุฒิสภา จะมีการเปิดอภิปรายในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป
พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ ยังระบุว่า ตนเอง และ สว.หลาย ๆ คน เป็นอดีตข้าราชการ มีชื่อเสียง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่กลับถูกกล่าวหากระทำการก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้วุฒิสภา ต้องตั้งคำถามกลับไปที่ DSI ว่า ทำหน้าที่ดีแล้วหรือยัง เพราะที่ผ่านมาหลายคดี รับไปทำงาน แต่ก็ไม่มีการฟ้องร้องบ้าง หรือศาลยกฟ้องบ้าง แต่อ้างเป็นคดีพิเศษ เช่น คดีตู้ห่าว และคดีชั้น 14 ซึ่งเชื่อว่า ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้สังคมจะเข้าใจดีว่า สว.ถูกกลั่นแกล้ง กล่าวหา ย่อมได้รับความเสียหาย และถูกดูหมิ่นเกลียดชังได้
พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ ยังยืนยันว่า การกล่าวหา สว.เป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะนั้น สว.พร้อมถูกตรวจสอบ ตามที่ DSI มีอำนาจหน้าที่ แต่การกล่าวหาลอย ๆ ต่าง ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น มีหลักฐานหรืออยู่ในสถานการณ์การเลือก ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศหรือไม่ ซึ่งพวกตนเอง ผ่านมาตั้งแต่ต้น และมีชื่อเสียง ผ่านการแนะนำตัวมาในกระบวนการเลือกทั้งสิ้น แต่กระทรวงยุติธรรมกลับไปหาว่าเป็นการฮั้ว อั้งยี่ หรืออ้างว่า มีโพยจำนวนมาก แต่เหตุใดคณะกรรมการ กพค.กลับไม่รับเข้าเป็นคดีพิเศษของ DSI
ด้าน ประธานวุฒิสภา ระบุว่า การยื่นของวุฒิสภาเป็นสิทธิของ สว.เพื่อขอความเป็นธรรม และตนในฐานะประธานวุฒิสภา ก็จะรับเรื่องไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว กกต.ได้เชิญสมาชิกวุฒิสภายศ “พลเอก” ไปชี้แจงนั้น ประธานวุฒิสภา ปฏิเสธว่าไม่มีข้อมูล แต่ยืนยันว่า สมาชิกวุฒิสภา พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
ส่วนภาพที่ออกมาทำให้วุฒิสภาเกิดความเสียหายในฐานะประมุขของวุฒิสภาจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่นั้น ประธานวุฒิสภา ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย และดำเนินการตามสิทธิของสมาชิกวุฒิสภา
ทั้งนี้ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ในส่วนของสวจะนัดหารือกันอีกครั้ง เพื่อเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 153 ซึ่งในวันนั้นน่าจะ ได้ข้อสรุป และมีความชัดเจน.-312.-สำนักข่าวไทย