มอสโก 28 ม.ค. – รัสเซียเปิดตัวหนังสือเรียนเล่มใหม่ เปรียบเทียบสงครามของรัสเซียในยูเครน กับการต่อสู้ของสหภาพโซเวียตกับกองทัพนาซี และระบุว่า รัสเซียถูกบังคับให้ต้องส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการในยูเครน
หนังสือเรียนชื่อ ‘ประวัติศาสตร์ด้านการทหารของรัสเซีย’ ทั้ง 3 เล่ม เรียบเรียงโดย นายวลาดิเมียร์ เมดินสกี หนึ่งในผู้ช่วยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนที่จัดการเจรจาสันติภาพกับยูเครนในปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงต้นสงคราม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และยังเป็นผู้ร่วมเขียนตำราประวัติศาสตร์หลักของรัสเซียอีกด้วย
หนังสือเล่มที่ 3 ซึ่งเชื่อว่าจะถูกผู้นำของยูเครนวิจารณ์ว่าเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ มีเป้าหมายสำหรับใช้สอนเด็กนักเรียนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เนื้อหาในหนังสืออธิบายในมุมมองของรัฐบาลรัสเซียว่า ทำไมสงครามจึงเกิดขึ้น และเกิดขึ้นได้อย่างไร เน้นย้ำเกี่ยวกับเหตุการณ์ความกล้าหาญในสนามรบของทหารรัสเซีย และระบุว่ากองทัพรัสเซียสมัยใหม่ได้ใช้เทคนิคที่กองทัพโซเวียตเคยใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอย่างไร
ในบทที่ชื่อว่า ‘ความเป็นมืออาชีพ ความไม่ย่อท้อ และความกล้าหาญ: กองกำลังรัสเซียในปฏิบัติการพิเศษทางทหาร’ หนังสือเล่มนี้บอกกับเด็กนักเรียนว่า รัสเซียถูกบังคับให้ส่งกองกำลังเข้าไปในยูเครนในปี 2565 และระบุด้วยว่า ชาติตะวันตกเพิกเฉยต่อข้อกังวลด้านความมั่นคงของรัสเซียมานานหลายปี อ้างอิงถึงการขยายตัวของพันธมิตรทางทหารขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตไปทางยุโรปตะวันออก และมีเนื้อหาบรรยายว่า เกิดการโค่นล้มประธานาธิบดีของยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซีย โดยได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกในปี 2557 ส่งผลให้ยูเครนกลายเป็นที่มั่นต่อต้านรัสเซีย แต่ที่ผ่านมา ทั้งนาโตและยูเครน ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูติน เคยกล่าวว่า สงครามครั้งนี้ ซึ่งรัสเซียเรียกอย่างเป็นทางการว่าเป็นปฏิบัติการพิเศษทางทหาร เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากแต่จำเป็นกับยูเครน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกและนาโต และเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อการดำรงอยู่ที่ของรัสเซียกับชาติตะวันตก ซึ่งพยายามทำลายและแบ่งแยกรัสเซีย แต่ยูเครนและพันธมิตรตะวันตกกลับมองว่า รัสเซียกำลังทำสงครามอย่างโหดร้ายและปราศจากการยั่วยุ เพียงเพื่อหวังยึดดินแดนจากยูเครนเท่านั้น.-815.-สำนักข่าวไทย